โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านประกาศกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ที่มาภาพ:https://www.tasnimnews.ir/en/news/2026/04/17/3567948/iran-announces-reopening-of-hormuz-strait-amid-ceasefire

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี (Abbas Araqchi) แถลงว่า ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)จะยังคงเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ตามปกติโดยสมบูรณ์ ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการประกาศหยุดยิง

สำนักข่าว Tasnim News Agency ของอิหร่านรายงานว่า อารักชีระบุข้อความดังกล่าวผ่านบัญชี X ของเขา เมื่อวันศุกร์( 17 เมษายน 2569) ที่ผ่านมา ว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศหยุดยิงในเลบานอน เส้นทางเดินเรือสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้รับการประกาศให้เปิดอย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง โดยใช้เส้นทางที่มีการประสานงานตามที่องค์การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้”

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ภายหลังการลอบสังหารผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม อายะตุลลอฮ์ เซเยด อาลี คาเมเนอี และผู้บัญชาการทหารอีกหลายราย สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบต่ออิหร่าน

เพื่อเป็นการตอบโต้ กองทัพอิหร่านได้ดำเนินมาตรการโต้กลับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 40 วัน โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสู้รบของตน

การตอบโต้ของอิหร่านในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สินของทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งสวนทางกับความคาดหมายเดิมที่ว่าจะเป็นชัยชนะอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความขัดแย้งยืดเยื้อและสถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

เพื่อพยายามลดความขัดแย้ง ปากีสถานได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาจนเกิดการประกาศหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 เมษายน เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาผ่านตัวกลาง ณ กรุงอิสลามาบัด

ในระหว่างการหารือ อิหร่านได้เสนอแผนการ 10 ข้อ ซึ่งรวมถึง การเรียกร้องให้ถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

แม้คณะผู้แทนของอิหร่านจะเข้าร่วมการเจรจาอย่างเข้มข้นกับตัวแทนจากสหรัฐฯ ในปากีสถานยาวนานถึง 21 ชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ได้เดินทางกลับกรุงเตหะรานโดยไม่มีการบรรลุข้อตกลงใดๆ โดยอิหร่านระบุว่าสาเหตุมาจากความขาดความเชื่อมั่น และการเปลี่ยนท่าทีทางการเมืองไปมา (political flip-flop) ของทางฝั่งสหรัฐฯ

กองทัพเรือ IRGC เผยรายละเอียดระเบียบการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านกองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps:IRGC) ได้ประกาศคำสั่งใหม่เกี่ยวกับการสัญจรของเรือต่าง ๆ ที่จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในอีกรายงานข่าวของ สำนักข่าว Tasnim News Agency

กองบัญชาการกองทัพเรือ IRGC ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า ได้มีการกำหนดระเบียบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เรือพลเรือน จะต้องสัญจรผ่านเส้นทางที่อิหร่านกำหนดไว้เท่านั้น
  • เรือทหาร ยังคงถูกสั่งห้ามไม่ให้สัญจรผ่านช่องแคบโดยเด็ดขาด
  • การเคลื่อนไหวใด ๆ จะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อมีการขออนุมัติจากกองทัพเรือ IRGC เท่านั้น
  • การสัญจรทั้งหมด จะต้องเป็นไปตามข้อตกลงในช่วงเวลาแห่งความสงบในสมรภูมิ และภายหลังจากการเริ่มบังคับใช้การหยุดยิงในเลบานอน

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (Supreme National Security Council:SNSC) ได้ชี้แจงรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ กรณีช่องแคบฮอร์มุซภายใต้เงื่อนไขการหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์

แหล่งข่าวระบุเมื่อวันศุกร์ว่า นับตั้งแต่เริ่มมีการหยุดยิงโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง เดิมทีอิหร่านควรจะอนุญาตให้เรือจำนวนหนึ่งสัญจรผ่านได้ในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวเสริม “หลังจากที่การหยุดยิงในเลบานอนไม่สามารถนำมาปฏิบัติจริงได้ และข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวนั้นไม่ครอบคลุมถึง (การพักรบระหว่าง) กลุ่มเฮซบอลเลาะห์และระบอบไซออนิสต์ของอิสราเอล อิหร่านจึงได้ระงับข้อตกลงเรื่องการสัญจรของเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวไว้ก่อน”

แหล่งข่าวคนเดิมระบุว่า อิหร่านได้ตั้งเงื่อนไข 3 ประการ สำหรับการอนุญาตให้เรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนี้

1.เรือเหล่านั้นต้องเป็นเรือพาณิชย์เท่านั้น และไม่อนุญาตให้เรือทหารสัญจรผ่าน โดยที่ทั้งตัวเรือและสินค้าที่บรรทุกมานั้น จะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศที่เป็นศัตรู

2.เรือทุกลำจะต้องสัญจรผ่านเส้นทางที่อิหร่านกำหนดไว้เท่านั้น

3.การสัญจรของเรือจะต้องมีการประสานงานกับกองกำลังของอิหร่านที่รับผิดชอบด้านการสัญจร ดังเช่นที่หน่วยบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เคยให้การยอมรับก่อนเกิดสงครามว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการดูแลเหนือพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ

แหล่งข่าวระบุเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นบางประการ ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงในเลบานอน ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของอิหร่านในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ราคาน้ำมันร่วง

ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักหลังจากการประกาศของอิหร่าน เนื่องจากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานลดลง ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯลดลงเกือบ 12% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลลดลง 9%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ร่วงลง 10.84 ดอลลาร์ หรือ 11.45% ปิดที่ 83.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ร่วงลง 9.01 ดอลลาร์ หรือ 9.07% ปิดที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อิสราเอล–เลบานอน ข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 สำนักงานแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่แถลงการณ์ที่ประกาศโดยประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์‘ ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 10 วัน ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน

แถลงการณ์ข้อตกลงระบุว่า ภายหลังการเจรจาโดยตรงอย่างสร้างสรรค์เมื่อวันที่ 14 เมษายน ระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐเลบานอน (ต่อไปเรียกว่า “เลบานอน”) และรัฐอิสราเอล (ต่อไปเรียกว่า “อิสราเอล”) โดยมี สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ทั้งสองประเทศได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันในการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อสันติภาพอย่างยั่งยืน รวมถึงการยอมรับอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกันอย่างเต็มที่ และการสร้างความมั่นคงที่แท้จริงตามแนวพรมแดนร่วม โดยยังคงรักษาสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล

ทั้งสองประเทศยอมรับถึงความท้าทายสำคัญที่รัฐเลบานอนต้องเผชิญจากกลุ่มติดอาวุธนอกภาครัฐ ซึ่งบั่นทอนอธิปไตยของประเทศและคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเห็นพ้องว่ากิจกรรมของกลุ่มเหล่านี้ต้องถูกจำกัด เพื่อให้มีเพียงกองกำลังความมั่นคงของเลบานอนเท่านั้นที่มีสิทธิถืออาวุธ ได้แก่ กองทัพเลบานอน หน่วยความมั่นคงภายใน หน่วยข่าวกรอง หน่วยความมั่นคงแห่งรัฐ ศุลกากร และตำรวจท้องถิ่น

อิสราเอลและเลบานอนยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม และให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมการเจรจาโดยตรงด้วยความสุจริตใจ โดยมีสหรัฐเป็นผู้สนับสนุน เพื่อบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมซึ่งจะสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และสันติภาพระยะยาวระหว่างทั้งสองประเทศ

สาระสำคัญของข้อตกลง

1) อิสราเอลและเลบานอนจะดำเนินการหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ตามเวลาสหรัฐเป็นระยะเวลาเริ่มต้น 10 วัน เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง

2) ระยะเวลาหยุดยิงอาจขยายออกไปได้ หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันและมีความคืบหน้าในการเจรจา รวมถึงเมื่อเลบานอนสามารถแสดงศักยภาพในการควบคุมอธิปไตยของตนได้

3) อิสราเอลยังคงมีสิทธิใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันตนเองต่อการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือกำลังดำเนินอยู่ โดยไม่ถูกจำกัดจากข้อตกลงหยุดยิง แต่จะไม่ดำเนินปฏิบัติการเชิงรุกต่อเป้าหมายในเลบานอนทั้งทางบก อากาศ และทะเล

4) นับตั้งแต่เวลาเริ่มต้นข้อตกลง รัฐบาลเลบานอนจะดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง เพื่อป้องกัน ฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ จากการโจมตีหรือดำเนินกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอล

5) ทุกฝ่ายยอมรับว่ากองกำลังความมั่นคงของเลบานอนเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่ออธิปไตยและการป้องกันประเทศ ไม่มีประเทศหรือกลุ่มใดสามารถอ้างสิทธิเป็นผู้ค้ำประกันอธิปไตยของเลบานอนได้

6) อิสราเอลและเลบานอนขอให้สหรัฐอำนวยความสะดวกในการเจรจาเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ รวมถึงการกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน

สหรัฐระบุว่าข้อผูกพันดังกล่าวจะได้รับการยอมรับจากทั้งอิสราเอลและเลบานอนพร้อมกับการประกาศนี้ และมีเป้าหมายเพื่อสร้างเงื่อนไขสำหรับการเจรจาที่นำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงในระยะยาว พร้อมทั้งตั้งใจจะเป็นผู้นำความพยายามของนานาชาติในการสนับสนุนเลบานอน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ขบวนเรือบรรทุกน้ำมันสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เว็บไซต์ Times of Israel รายงานโดยอ้างสำนักข่าว Reuters ว่า ในวันที่ 18 เมษายน มีขบวนเรือบรรทุกน้ำมันสัญจรข้ามช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนกำลังเรือครั้งใหญ่ที่สุดในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อ 7 สัปดาห์ก่อน

ข้อมูลจากระบบติดตามเรือระบุว่า ขบวนเรือดังกล่าวได้เดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียและมุ่งหน้าผ่านช่องแคบออกไป โดยจากข้อมูลของ MarineTraffic พบว่ากลุ่มเรือประกอบด้วยเรือขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จำนวน 4 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันและเคมีภัณฑ์อีกหลายลำ นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันลำอื่น ๆ ทยอยล่องตามออกมาจากอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

รายงานจากรอยเตอร์สก่อนหน้านี้ ระบุว่า ข้อมูลจากระบบติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า มีกลุ่มเรือพยายามที่จะเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียในช่วงเย็นวันที่ 17 เมษายน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ในขณะที่บริษัทเดินเรือต่าง ๆ เริ่มขานรับประกาศของอิหร่านเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยความระมัดระวัง

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของอิหร่านระบุว่าเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้เปิดให้เรือพาณิชย์ทุกลำสัญจรได้ในช่วงการหยุดยิง 10 วันในเลบานอน

ข้อมูลจาก MarineTraffic ระบุว่า ในช่วงเย็นมีเรือประมาณ 20 ลำ เริ่มออกเดินเรือมุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกลำกลับหยุดนิ่ง และบางส่วนได้หันหัวเรือกลับ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่พยายามจะเดินทางผ่านช่องแคบนี้นับตั้งแต่อิหร่านสั่งปิดเส้นทางเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดกลุ่มเรือดังกล่าวจึงหยุดชะงัก โดยในกลุ่มนี้มีเรือขนส่งสินค้าจำนวน 3 ลำที่ดำเนินงานโดย CMA CGM กลุ่มบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วย ซึ่งทางบริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อเหตุการณ์นี้

ณ เวลา 21:00 น. ตามเวลา GMT (หรือเวลา 04:00 น. ของวันที่ 18 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย) เรือส่วนใหญ่ในกลุ่มได้หันหลังกลับไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลติดตามเรือล่าสุดแสดงให้เห็นว่ามีเรือลำใหม่ ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกน้ำมัน กำลังมุ่งหน้าไปยังช่องแคบดังกล่าวอีกครั้ง

บริษัทเดินเรือต่างขานรับประกาศของอิหร่านด้วยความระมัดระวัง แต่ระบุว่าพวกเขายังต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมก่อนที่จะกลับมาสัญจรตามปกติ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความเสี่ยงด้านความมั่นคง เช่น การมีอยู่ของทุ่นระเบิดใต้น้ำ เป็นต้น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า เรือพาณิชย์ทุกประเภท รวมถึงเรือที่ติดธงสหรัฐฯ สามารถสัญจรผ่านช่องแคบได้ แต่แผนการเดินเรือทั้งหมดต้องมีการประสานงานร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ระบุเพิ่มเติมว่า เรือทุกลำจะถูกจำกัดให้สัญจรได้เฉพาะในช่องทางที่อิหร่านพิจารณาแล้วว่าปลอดภัยเท่านั้น ในขณะที่เรือทหารยังคงถูกสั่งห้ามผ่านโดยเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...