ผอ.รพ.อุ้มผาง เข้าพบปลัดสธ. หาวิธีแก้ 'งบติดลบ' ขอบคุณผู้บริจาคทะลุ 80 ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ค่ายาได้ถึง ต.ค.
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) อุ้มผาง จ.ตาก เดินทางมาเข้าพบ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยมี นพ.นครินทร์ โสมาบุตร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก ร่วมประชุมหารือกรณี รพ.อุ้มผาง ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณถึงขั้นวิกฤตหนักสุดรอบ 35 ปี ซึ่งประชาชนร่วมกันบริจาคเงินแล้วเกือบ 80 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งนำไปจ่ายหนี้ยา 50 ล้านบาท โดยมีการประชุมร่วมกันถึง 2 ชั่วโมง
จากนั้น นพ.สมฤกษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความกังวลเรื่องงบประมาณของ รพ.อุ้มผาง และให้เชิญเพื่อประชุมร่วมกันก่อนจะมีแผนลงพื้นที่ยัง รพ.อุ้มผาง ต่อไป จากการหารือ ทาง สธ.จะสรุปข้อมูลและนำเสนอต่อท่าน รมว.สธ. ในวันนี้ ทั้งนี้ รพ.อุ้มผาง เป็นหนึ่งใน รพ.ชายแดนที่ประสบปัญหา ซึ่งแต่ละแห่งจะมีปัญหาไม่เหมือนกันทีเดียว แต่เฉพาะ จ.ตาก มี 4 อำเภอที่ติดชายแดน ตั้งแต่อุ้มผาง, พบพระ, แม่ระมาด และท่าสองยาง โดยในส่วนชายแดน จะมีค่ายอพยพ และกลุ่มประชากรที่ข้ามไปข้ามมา และอยู่ในประเทศไทยมานาน เป็นกลุ่มที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ เป็นคนรอพิสูจน์สถานะ มีงบจัดให้ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งทุกจังหวัดของไทยจะมีงบตรงนี้สนับสนุน และยังมีกลุ่มที่ไม่ขึ้นทะเบียน เป็นกลุ่มที่มากตามที่พบในข่าวที่ผ่านมา
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า สำหรับ รพ.อุ้มผาง ต้องรับผิดชอบ คือ ส่วนที่เป็นคนไทยประมาณ 2.8 หมื่นคนตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการจำนวนไม่มาก โดยกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียน ท.99 และกลุ่มที่ไม่ขึ้นทะเบียน มีจำนวนมากถึง 3-4 หมื่นคน ซึ่งภาพรวม รพ. ต้องให้บริการราวแสนกว่าคน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจะมีงบจากกองทุนต่างประเทศมาช่วย 2 ส่วน คือ ส่วนในค่ายจะมีงบประมาณ และส่วนที่มารักษากับ รพ. ซึ่ง 1 ปีที่ผ่านมา งบประมาณนี้หายไป ทำให้เป็นภาระกับรพ.อุ้มผาง และรพ.อื่นๆ ด้วย แต่ รพ.อุ้มผาง จะหนักกว่าที่อื่น
“แนวทางแก้ปัญหา จะเป็นแนวทางเฉพาะหน้าก่อนระหว่าง รพ. คือ รพ.แม่สอด จัดเงินช่วย และในระดับจังหวัดก็มีเงินกันของจังหวัด หรือ เงินเขตสุขภาพ นำมาช่วยในการบริหารจัดการของ รพ. และยังขอรับบริจาคทราบว่า หลังจากมีข่าวก็ได้รับบริจาคเกือบ 80 ล้านบาท ก็ช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งปัญหาปี 2569 อาจไม่มาก แต่ปี 2570 เรากำลังจะคุยกัน และรมว.สธ.จะประชุมกันอีกครั้ง เพื่อพิจารณาทุกจังหวัดทุกอำเภอ ไม่ใช่แค่ที่อุ้มผาง รวมทั้งกาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน เชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีเช่นกัน โดยพิจารณาว่ามี รพ.กี่แห่ง จะแก้ปัญหาอย่างไร และหาแหล่งรายได้เพิ่มเติมจากที่ใดได้บ้าง” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
ขณะที่ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผอ.รพ.อุ้มผาง กล่าวว่า ต้องกราบขอบพระคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ได้เมตตาช่วยเหลือชำระหนี้ค่ายาได้มาก ตนเป็นหนี้ตั้งแต่ปี 2564 ตอนนี้ชำระได้หมด และจะเพียงพอชำระค่ายาล็อตใหม่ที่จะเข้ามาในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งน่าจะอยู่ได้จนถึงวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ถึงจะเป็นหนี้อีกครั้ง ส่วนเรื่องอาหารจะอยู่ได้เป็นปี โดยจะซื้อเป็นรายวัน รายเดือน
“ท่านปลัดสธ.รับเรื่องแล้ว และพยายามจะช่วยเหลือ เพราะผมยืนยันว่า รายได้ รพ.ไม่เพียงพอจริงๆ อย่าง รพ.ต้องมีรายจ่ายเฉลี่ยรวมทุกอย่างเดือนละ 12 ล้านบาท แต่งบประมาณที่ได้รับน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา แต่ผมไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่หนักสุดปี 2569 ซึ่งความช่วยเหลือต่างๆ คาดว่าจะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือนกว่า แต่ที่ยังอยู่ได้ตอนนี้เพราะ รพ.แม่สอด และรพ.อื่นๆ ช่วยเหลือ เรื่องงบดำเนินการต่างๆ อย่างเงินเดือนลูกจ้างที่ไม่ใช่ราชการ เงินค่าตอบแทน สูงปีละ 30 กว่าล้านบาท ค่าอื่นๆ ค่าน้ำมัน ค่าบริหารจัดการต่างๆ เฉลี่ยมีรายจ่ายปีละ 300 ล้านบาท แต่ในส่วนงบประมาณจ่ายค่าตอบแทน เงินเดือนบุคลากรที่ไม่ใช่ข้าราชการ ยังต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเดือนเมษายน ได้รับความช่วยเหลือแล้วจาก รพ.แม่สอด ผมไม่อยากค้าง เพราะบุคลากรสำคัญมาก หากเขาทนไม่ไหว และออกจาก รพ. เขาจะไม่กลับมาอีก ซึ่งท่านปลัดห่วงใยเรื่องนี้ และจะช่วยเหลือไม่ให้ค้างจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งผมสบายใจขึ้น และเชื่อว่า สธ.จะจัดการเรื่องนี้ได้ เพราะหากไม่ได้รับความช่วยเหลือ คาดว่าอีก 5 เดือนของปีงบ 2569 ก็จะเจอปัญหางบไม่พออีก” นพ.วรวิทย์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีแนวทางหารายได้มาช่วยเฉพาะ รพ.ชายแดนใช่หรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เฉพาะรพ.ชายแดนที่ประสบปัญหาต่างชาติเข้ามารักษาแต่ไร้สิทธิ ซึ่งบางส่วนเรียกเก็บเงินได้ แต่บางส่วนเรียกเก็บไม่ได้ ก็ต้องหาเงินมาช่วยเติม
เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นการขายประกันสุขภาพใช่หรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า บางที่ก็มีการเก็บเงิน เก็บค่าบริการโดยตรง แต่การเก็บเป็นประกันสุขภาพ อย่าง รพ.อุ้มผาง ก็ตั้งคำถามเรื่องนี้ เพราะรายได้ของคนในพื้นที่ไม่มากพอในการซื้อประกันสุขภาพ ประเด็นนี้จึงต้องมาพิจารณาว่าจะเก็บแบบไหน วิธีอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ต้องมาพิจารณาหาแนวทางอีกครั้ง
เมื่อถามว่ากระทรวงฯ จะช่วยอย่างไรกรณี รพ.มีปัญหาจ่ายค่าตอบแทน อย่างเงิน ฉ.11 นอกจากการเกลี่ย รพ.ใหญ่ช่วยรพ.เล็ก นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ต้องบริหารจัดการทางการเงินให้ดี อย่างการแยกบริการออกให้ชัดเจนว่า อันนี้คนไทย อันนี้ต่างชาติ เพราะจะทำให้รู้ว่าให้บริการไปเท่าไหร่ เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ หลาย รพ.เริ่มทำแล้ว ซึ่งก็จะทำให้เห็นชัด และเมื่อแยกชัดก็จะได้ของบประมาณเพียงพอ ส่วนเรื่องค่าตอบแทนไม่ใช่ไม่ให้ อย่างไรต้องให้บุคลากร แต่ต้องมีวิธีบริหารจัดการ
เมื่อถามว่าเงินบริจาคจะสามารถนำมาใช้อย่างไรได้ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ทราบว่าขณะนี้มีเงินกองทุนบริจาคเกือบ 80 ล้านบาท ซึ่งจ่ายหนี้ค่ายาแล้วส่วนหนึ่ง กำลังพิจารณาว่าจะสามารถนำมาชดเชยค่าบริหารจัดการอื่นๆ หรือชดเชยค่าแรงได้หรือไม่ ต้องไปดูว่าสามารถแยกบัญชีออกมาได้หรือไม่ ว่า การบริจาคเพื่อรักษา ซึ่งรวมการบริการหลายอย่าง ค่าแรงควรเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่ เพราะถ้าใช้แค่ค่ายา แต่ไม่มีผู้ให้บริการ ผู้รักษาย่อมทำไม่ได้ จึงต้องไปพิจารณาเรื่องนี้
เมื่อถามว่ามีข้อเสนอแก้ปัญหางบ รพ.ชายแดนไม่ได้ ให้ปิด รพ. นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า รพ.ปิดไม่ได้ เพราะยังต้องดูแลคนไทย และเรายังมีเรื่องหลักมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ขอให้คนไทยที่อยู่ในอุ้มผาง ยังสามารถรับบริการที่ได้มาตรฐาน ไม่ต่างจากที่อื่น ส่วนการมีคนเจ็บป่วยมา เราก็ต้องรักษา ก็ต้องหาเงินมาเติม แต่การรักษานั้นจะครบถ้วนเทียบเท่ากับคนไทยหรือไม่นั้น อาจไม่ถึงกับคนไทยทั้งหมด แต่เน้นจำเป็นและสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการพูดคุยที่สป.สธ. นพ.วรวิทย์ และนพ.สมฤกษ์ ได้เดินทางไปที่รัฐสภา เพื่อหารือร่วมกันกับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้อีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผอ.รพ.อุ้มผาง เข้าพบปลัดสธ. หาวิธีแก้ ‘งบติดลบ’ ขอบคุณผู้บริจาคทะลุ 80 ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ค่ายาได้ถึง ต.ค.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th