กระทบชิ่งชาติไหน "ทรัมป์" หัวเหวี่ยง ขู่ใครขายอาวุธให้อิหร่าน เก็บภาษีสินค้านำเข้า 50% ทันทีไม่มีข้อยกเว้น
ประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์ข้อความบน ทรูธ โซเชียล เมื่อวาน (8 เมษายน) ว่า ประเทศใดก็ตามที่จัดหาอาวุธให้แก่อิหร่าน จะถูกเรียกเก็บภาษีทันที สำหรับสินค้าทุกชนิดที่ขายให้แก่สหรัฐอเมริกา ในอัตรา 50% มีผลบังคับใช้ทันที โดยจะไม่มีข้ออ้างหรือข้อยกเว้นใด ๆ คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ ระบุในอีกโพสต์ว่า สหรัฐฯ จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางการอิหร่าน หลังประกาศหยุดยิงสองสัปดาห์ นอกจากนี้ สหรัฐฯและอิหร่านจะหารือเกี่ยวกับการลดภาษีและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรด้วย อย่างไรก็ตาม ภาษีศุลกากรตอบโต้ส่วนใหญ่ของทรัมป์ที่บังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ถูกศาลฎีกาล้มล้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แม้รัฐบาลทรัมป์ได้สร้างระบบภาษีขึ้นใหม่ โดยใช้กลไกกฎหมายการค้าที่มีอยู่ แต่ โพลิติโค สื่อการเมืองออนไลน์สหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องมือด้านภาษีที่ทรัมป์มีอยู่นั้น จำกัดและยุ่งยากกว่า ต้องอาศัยเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นและการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะสามารถเรียกเก็บภาษีได้ เช่น ทรัมป์อาจพยายามใช้มาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรปี 2473 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีได้สูงสุดถึง 50% แต่นั่นเป็นกฎหมายที่มีไว้ เพื่อต่อต้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือข้อจำกัดทางการค้ากับสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการตีความทางกฎหมายที่กว้างเกินไปในกรณีของการขายอาวุธตัวเลือกด้านภาษีที่มีความยั่งยืนทางกฎหมายมากที่สุดของรัฐบาลสหรัฐฯเวลานี้ อาศัยการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมของหลายสิบประเทศ ตามมาตรา 301 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ แต่ทรัมป์อาจใช้การตรวจสอบการค้าของจีน อย่างที่เคยทำตอนดำรงตำแหน่งสมัยแรก เป็นเหตุผลในการเรียกเก็บภาษีจากจีนโดยเฉพาะ จีนจัดหาสินค้าสองวัตถุประสงค์ให้กับอิหร่าน รวมถึงโดรนและชิ้นส่วนอะไหล่ ที่อิหร่านนำไปใช้เป็นอาวุธได้ สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า อิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงซื้อขีปนาวุธร่อนทำลายเรือรบที่ผลิตโดยจีนแล้ว คำขู่ใช้มาตรการภาษีครั้งใหม่ โดยเชื่อมโยงการค้าของจีนกับอิหร่าน ยังจุดคำถามว่า แผนการประชุมสุดยอดที่รอคอยมานานระหว่างทรัมป์และผู้นำจีน สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในเดือนหน้าหรือไม่ จะได้รับผลกระทบหรือไม่