โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เตือน ‘โรคไข้กาฬหลังแอ่น’ ภัยเงียบใกล้ตัว เสี่ยงเสียชีวิตภายใน 48 ชั่วโมง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 08.21 น.

เมื่อวันที่ 8 เมษายน นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดี กรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง โรคไข้กาฬหลังแอ่นเกิดในทุกเพศ ทุกวัย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง พบมากในเด็กเล็กและวัยรุ่นช่วงอายุ 1 เดือน ถึง 15 ปี ร้อยละ 25-40 และมากกว่า 15 ปี ร้อยละ 10-35 โดยผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ระยะหลังมักพบในผู้ที่มีช่วงอายุ 15-25 ปี ที่สัมผัสใกล้ชิดจากการทำงานหรือพักอาศัยร่วมกันแบบแออัด เช่น ผู้ใช้แรงงาน เป็นต้น ทั้งนี้เชื้อดังกล่าวพบในลำคอของคนปกติ ประมาณร้อยละ 5 โดยไม่ทำให้เกิดโรค ผู้ติดเชื้อส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเกิดอาการโรค พบได้ประปรายตลอดทั้งปี และมีการระบาดในบางพื้นที่เป็นครั้งคราว

นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่น จะมีอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน ผู้ป่วยมักจะมีไข้มาก่อนประมาณ 2-3 วัน มีผื่นขึ้น ลักษณะเป็นจ้ำเลือดเหมือนฟกช้ำ ผื่นอาจมีรูปร่างคล้ายดาวกระจายซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ มักเป็นบริเวณลำตัว แผ่นหลัง แขน ขา เท้า และบริเวณที่มีแรงกดบ่อยๆ เช่น ขอบกางเกง ขอบถุงเท้า อาจเป็นที่เยื่อบุตา หรือมือได้ หากมีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะมีอาการได้แก่ ปวดศีรษะรุนแรง ปวดต้นคอ อาเจียน กล้ามเนื้อคอแข็ง มือเท้าเย็น มีความดันโลหิตต่ำ อาจซึมลง ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือสับสนได้ ซึ่งความรุนแรงของโรคอาจนำไปสู่ความพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ส่วนในเด็กเล็กจะมีอาการร้องไห้ผิดปกติ ซึมลง และไม่ยอมกินอาหาร เป็นต้น

ผศ.(พิเศษ) นพ.พจน์ อินทลาภาพร หัวหน้างานโรคติดเชื้อ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศอังกฤษเป็นสายพันธุ์บี ซึ่งพบได้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีการติดเชื้อไม่ว่าสายพันธุ์ใดก็ตาม ถ้ามีการติดเชื้อในกระแสเลือด และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ สามารถนำไปสู่ภาวะช็อกและอวัยวะล้มเหลวได้ หากได้รับการดูแลรักษาล่าช้า อาจเสียชีวิตภายใน 24-48 ชั่วโมง ทั้งนี้ แพทย์จะทำการสอบถามประวัติความเจ็บป่วย ตรวจร่างกายผู้ป่วย และทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย อาทิ การเพาะเชื้อในเลือด ในบางรายอาจตรวจน้ำไขสันหลัง

“เมื่อพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อโรคไข้กาฬหลังแอ่นจริง จะต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนโดยการรักษาแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำทันที ยาที่มักจะเลือกใช้ คือ ยากลุ่ม penicillin cephalosporins ร่วมกับการรักษาประคับประคอง เช่น ให้น้ำเกลือแก้ไขภาวะขาดน้ำเกลือแร่ กรดด่างไม่สมดุล ให้ยาลดไข้และเช็ดตัวเพื่อลดไข้สูง หากเกิดอาการชักสามารถให้ยาป้องกันหรือรักษาได้” ผศ.(พิเศษ) นพ.พจน์

ผศ.(พิเศษ) นพ.พจน์ กล่าวต่อว่า วิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด สัมผัสน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย และลดการอยู่ในสถานที่แออัด และ การฉีดวัคซีนโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal vaccine) ชนิดที่ป้องกันสายพันธุ์ที่ระบาด โดยสามารถฉีดได้ในเด็กตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป ซึ่งเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดอาจต้องพิจารณาเข้ารับวัคซีนตามความเหมาะสมก่อนเดินทาง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือน ‘โรคไข้กาฬหลังแอ่น’ ภัยเงียบใกล้ตัว เสี่ยงเสียชีวิตภายใน 48 ชั่วโมง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...