เซอร์ไพรส์กลางเวที! “บาส นัฐวุฒิ” คุกเข่าขอ “แพรว หัสยา” แต่งงาน
เซอร์ไพรส์กลางเวที! “บาส นัฐวุฒิ” คุกเข่าขอ “แพรว หัสยา” แต่งงาน เปิดใจเส้นทางรัก รู้จักกัน 13 ปี เพิ่งตกลงคบก็แต่งเลย
เซอร์ไพรส์ทั้งงาน! บาส นัฐวุฒิ ผู้กำกับภาพยนตร์ โกฮังฯ คุกเข่าขอ แพรว หัสยา แต่งงาน ขณะแฟนสาวเป็นพิธีกรบนเวทีงาน “‘โกฮัง’ น่ารักเกินร้อย ฮีลใจเกินล้าน ดูกันยกบ้าน สงกรานต์ปีนี้” โดยหลังจากเสร็จกิจกรรมบนเวที ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจ และจุดเริ่มต้นในการรู้จักกัน
โดยบาสเผยว่าวางแผนขอแต่งงานมาสักพัก หลังผ่านช่วงเวลาทำงานหนักและได้กำลังใจจากแพรวที่เปรียบเหมือนบ้าน ด้านแพรวยอมรับว่าตกใจจนสติหลุดไปชั่วขณะ แต่ก็ตอบตกลงทันที เพราะมั่นใจในความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาหลังรู้จักกันมานานกว่า 13 ปี และเพิ่งคบหาดูใจกันจริงจังในช่วงปีที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีแผนแต่งงานชัดเจน แต่พร้อมเดินหน้าสร้างอนาคตร่วมกันต่อไป
สรุปเมื่อกี้ได้โทรบอกพ่อเค้าหรือยัง?
บาส: “บอกแล้วครับบอกแบบเร่งด่วน”
เป็นยังไงบ้างกับโมเมนต์เมื่อสักครู่นี้?
แพรว: “ไม่รู้จริงๆค่ะ ก็ตกใจ (ไม่มีสัญญาณอะไรกันมาก่อน?) ไม่มีเลย (ไม่มีเตรี๊ยมเลย?)เลย ไม่มีเลย”
แล้วพี่บาสวางแผนยังไงคิดไว้นานหรือยัง?
บาส: “คือยังไม่ได้เล่าเนาะ แต่คือจริงๆอ่ะวางแผนมาสักพักแล้ว ก็คิดว่าหลังจากที่หนังฉายเสร็จก็จะ ขอ คือสาเหตุที่ขอเพราะว่าตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้เนี่ย การทำหนังอ่ะมันเป็นเรื่องยาก เจอปัญหาหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขอบคุณเขามากก็เพราะว่า ก็อย่างที่พูดบนเวทีเลยว่า กลับไปแล้วเค้าเหมือนเป็นบ้านที่ดีเป็นบ้านที่อบอุ่นและทำให้เราได้สู้ต่อไป หนังเรื่องนี้มันก็เลยเป็นหนังที่ผมทำด้วย แต่ว่าสำหรับผมมันก็เป็นหนังที่เป็นหนังของเค้าด้วย”
พอได้ยินประโยคนี้แล้วเป็นยังไงบ้าง?
แพรว: “ปกติเค้าจะไม่ได้พูดอะไรแบบนี้บ่อยๆ ก็เลยเหมือนงงๆ”
ก่อนที่เค้าจะคุกเข่าเราเอ๊ะไหมว่าอะไรยังไง?
แพรว: “ไม่เอ๊ะเลย คือเวลาที่แพรวทำงานก็จะโฟกัสสคริปต์ แต่ว่าพอนึกย้อนไปก็ยังคิดอยู่ว่าสคริปต์มันเป็นพี่บาสทีนึง แล้วก็พี่วรรรณ และกลับพี่บาสอีกทำไม คือส่วนใหญ่อ่ะสคริปต์มันก็จะเป็นแบบ อาจจะแบบพี่บาสก่อน พี่วรรณปิดก็ต้องจบแล้ว แต่ว่าเมื่อกี้ด้วยความที่ โอเคไม่เป็นไร คือพอมานั่งคิดตอนนี้มันก็คิดเหมือนกันว่ากลับไปทำไม”
คิดว่าเค้าหลอกมาเป็นพิธีกรหรือเปล่า?
บาส: “ไม่ได้หลอกครับ มาด้วยความสามารถล้วนๆ ยังไงมันก็ต้องจ้างสักคน”
แพรว: “ก็เลยจ้างกันเอง แล้วแพรวอ่ะจะเป็นคนที่ชอบใส่เสื้อผ้าสีขาวอยู่แล้ว แต่ว่าช่วงนี้ก็คือทำเล็บไม่ได้ เพราะว่าถ่ายพีเรียดอยู่”
เมื่อกี้โมเมนต์ตอนที่เค้าคุกเข่า แพรวก็ดูยังไม่เชื่อว่าเค้าจะขอ?
บาส: “นึกว่าพี่ปวดเข่าหรอ”
แพรว: “ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นยังไง แต่พอมันเกิดขึ้นจริงมันหายไปเลย คือสติก็จะไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แล้วมันเหมือนหายไปเลย แล้วคือมันเหมือนหายไปสามวิแล้วค่อยได้สติว่าจริงเหรอวะ แล้วเมื่อกี้บนเวทีอ่ะแพรวมีพูดด้วยนะว่าจริงป่ะวะเพราะว่าตัวเองตกใจ อย่างที่บอกว่าพี่บาสเค้าไม่ใช่คนแบบนี้ แต่เราก็ตอบพี่แล้วว่าใช่อยู่แล้ว”
นึกภาพออกไหมกับโมเมนต์เมื่อกี้?
แพรว: “เอาตรงๆเลยคือไม่มี คือแพรวว่าแพรวไม่ใช่ คือแพรวไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานอะไรอย่างนี้ แต่มันก็ดีใจ หมายถึงว่าเราไม่ได้คิดว่าต้องมีอะไรแบบนี้ มันก็ยิ่งตกใจ แล้วคือวันนี้ก็มาทำงานให้กำลังใจเขา ไม่ได้คิดตรงอื่นเลย”
บาส: “คือผมก็ไม่ได้คิด ตอนแรกที่คุยกับพี่วรรณ ผมก็เข้าใจว่า ผมเข้าใจไปเองว่ามันน่าจะเป็นงานแบบแต้งกิ้วขอบคุณทีมงานเล็กๆ แต่พอใกล้วันถึงงานแล้วถึงรู้ว่ารูปแบบงาน แต่มันก็จะต้องถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว มันต้องเดินหน้าต่อไป”
แล้วจุดเริ่มต้นรู้จักกันได้ยังไง?
แพรว: “คือถ้าเล่าจริงๆมันนานมากเลย คือแพรวอ่ะเคยสัมภาษณ์พี่บาสตั้งแต่ตอนเคาท์ดาวน์ ตอนนั้นปี 2012 แล้วก็มีโอกาสสัมภาษณ์พี่บาสมาเรื่อยๆ แล้วก็เหมือนมีเจอกันอยู่เรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าเป็นพี่ที่อยู่ในชีวิตมาตลอด 12-13 ปี”
แล้วตอนไหนที่ให้เค้าไปอยู่ในชีวิตเรา?
แพรว: “ก็คือเหมือนเห็นเค้ามาตลอด ก็ถ้าเอามาคุยกันจริงๆก็คือช่วงปีที่แล้ว ประมาณช่วงกลางปีปีที่แล้ว ที่เหมือนว่ามาคบกันคุยกัน”
แสดงว่าระยะเวลาก็ไม่ได้มีส่วน?
แพรว: “มั้ง คือเหมือนแพรวก็คิดว่ารู้จักเขามาตลอดในฐานะพี่ แพรวอ่ะจำได้ว่าแพรวเคยพูดกับเขาว่า ถ้ารอบนี้ที่มามาคุยกัน แล้วมันจะไม่ได้ลงเอยกันไม่เป็นไรนะ เราเป็นพี่เป็นน้องกันมา13ปี แพรวสามารถกลับไปเป็นพี่น้องได้ จำได้ว่ารอบนี้พูดกับเค้าแบบนี้”
บาส: “ให้กลับ กลับไหม”
แพรว: “ไม่กลับ”
พี่บาสรู้สึกยังไงที่ 13 ปีผู้หญิงคนนี้อยู่ในชีวิตเรา?
บาส: “อยู่ในชีวิตก็ดูแบบจริงจังไปนิดหนึ่ง แต่เรารู้จักกันมาตลอด เป็นสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็รู้สึกว่าประมาณปีนึง รู้สึกว่าไม่อยากเสียเวลาแล้ว”
อะไรที่มันทำให้รู้สึกว่ามันต้องถึงเวลาแล้ว?
บาส: “คือจะรอไปนานกว่านี้ ผมก็คือรู้สึกมั่นใจกับเค้าแล้ว แล้วยิ่งพอเราทำงาน พอมันถึงวัย ความทะเยอทะยานในชีวิตเรื่องงานมันไม่สำคัญเท่ากับความรักที่เรามีกับคนรอบข้างหรือคนรอบข้างมีให้เรา”
อะไรคือทำให้รู้สึกว่าเขาคือคนที่ใช่?
บาส: “บอกเหตุผลไม่ได้เลย เพราะมันเป็นมวลรวมของความรู้สึก ถ้าสมมติว่าเราบอกเหตุผลไปแล้วถ้าวันนึงเค้าไม่ใช่แบบนั้นเราจะเลิกรู้สึกมันก็ไม่ใช่ แต่ก็เพราะความเขานี่แหละครับ”
งั้นถามแพรวว่าที่เราเซย์เยสเพราะ?
แพรว: “ก็คล้ายๆกันค่ะ รู้สึกว่าเป็นบ้านรู้สึกว่าเค้ามีความเป็นผู้ใหญ่อาจจะเพราะตัวแพรวด้วย แพรวรู้สึกว่าถ้ามันอยู่ในช่วงวัยที่ถ้าคบกันก่อนหน้านี้ซัก 10 ปีก่อนก็น่าจะเลิกกัน แต่ว่าตอนนี้มันก็น่าจะเป็นช่วงวัยวุฒิคุณวุฒิที่เหมาะพอดี เราก็รู้สึกว่าเราสามารถเติมเต็มในสิ่งที่แต่ละคนขาด แพรวก็รู้สึกว่าสามารถดูแลเขาในเรื่องสุขภาพเค้าก็เติมเต็มแพรวในความรู้สึกความเป็นผู้ใหญ่ให้กันได้ เมื่อกี้เพิ่งโทรไปหาป่ะป๊ามา ป่ะป๊าบอกเอาไปเลย”
แล้ววางแผนยังไง?
บาส: “ก็เป็นสิ่งที่เราต้องคุยกันอีกเยอะเลย ก็ขอให้ก้าวนี้มันมั่นคง ก็ต้องขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่การทำงาน”
เรารู้ไซส์แหวนเค้าได้ไง?
บาส: “คือมีน้องคนสนิทของแพรวให้ความช่วยเหลือ เค้าจะสนิทกันมากจะชอบใส่แหวน ก็เลยบอกว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือ”
แพรว: “นี่เพิ่งรู้ว่า ด้วยความที่เราเคยขายแหวนพอมาคุยเรื่องแหวน มันก็เลยเป็นเรื่องธรรมดามาก (ไม่เอ๊ะอะไรเลย?) ไม่เลยเป็นศูนย์ จนโมเมนต์เมื่อกี้ก็ยังศูนย์อยู่”
อย่างเราทำหนังมาเยอะมีภาพในหัวไหมว่าถ้าเป็นวันแต่งงานของเราจะออกมายังไง?
บาส: “ไม่มีไม่เคยมีเลย แล้วก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะทำแบบนั้นสาบานเลยนะ จนกระทั่งอยู่กับเขาก็คือมันเป็นไปได้ที่มีความรู้สึกมั่นคง ก็ไม่เคยรู้สึกกับตัวเองแบบนี้มาก่อน ก็ไม่รู้ว่าเป็นภาพในหนังหรือเปล่า แต่ก็หวังว่าจะเป็นภาพในชีวิตจริงๆของผม”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เซอร์ไพรส์กลางเวที! “บาส นัฐวุฒิ” คุกเข่าขอ “แพรว หัสยา” แต่งงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th