โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หญิงสาดน้ำมันร้อนใส่เพื่อนร่วมงาน โดนหมายจับข้อหา ‘พยายามฆ่า’ เปิดไทม์ไลน์-พยานหลักฐาน

Thaiger

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 20.25 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ตำรวจกระบี่จับกุมหญิงวัย 32 ปี ตามหมายศาล หลังกล้องวงจรปิดฟ้องชัดตั้งใจสาดน้ำมันร้อนจากหม้อทอดลูกชิ้นใส่เพื่อนร่วมงานวัย 19 ปี บาดเจ็บสาหัส แผลไหม้ 30% ของร่างกาย

วันที่ 8 เมษายน 2569พ.ต.อ.สุทธิภัค คมสาคร ผกก.สภ.เมืองกระบี่ สั่งการให้ชุดสืบสวนนำหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ข้อหาพยายามฆ่า ไปควบคุมตัว น.ส.วิลาวัลย์ (ฝน) อายุ 32 ปี ที่บ้านพักใน ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ ก่อนนำตัวไปสอบปากคำและส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ดำเนินคดี

ระหว่างจับกุม เจ้าหน้าที่ชี้แจงสิทธิและรายละเอียดข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมระบุว่าผู้ต้องหาสามารถให้การรับสารภาพ ปฏิเสธ หรือไม่ให้การใด ๆ ก็ได้

น.ส.วิลาวัลย์ ยอมรับว่า ก่อเหตุสาดน้ำมันจริงตามข้อกล่าวหา แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาฆ่า เธอยังสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าหากให้การรับสารภาพทันทีจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำว่าสามารถไปให้การเพิ่มเติมในชั้นสอบสวนได้ ก่อนให้ผู้ต้องหาลงนามในเอกสารและส่งตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย

กล้องวงจรปิดหักล้างคำอ้าง อุบัติเหตุ

ก่อนหน้านี้ น.ส.วิลาวัลย์ให้การต่อตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุ อ้างว่าสะดุดสายไฟขณะเก็บของ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุเล่าเรื่องคนละเวอร์ชัน

ภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ แสดงให้เห็นทั้ง 2 คนพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีท่าทีทะเลาะ แต่ช่วงที่ผู้เสียหายหันไปเก็บของเตรียมปิดร้าน ผู้ก่อเหตุยกหม้อน้ำมันร้อนขึ้นจากเตา หันมองไปทางผู้เสียหายก่อน พอเห็นเผลอก็ยกหม้อสาดน้ำมันใส่เต็มที่ จากนั้นผู้ก่อเหตุวิ่งกลับมาหยิบกระเป๋าสะพายในบูธ พยายามหลบหนี แต่ถูกพลเมืองดีในห้างช่วยกันจับตัวไว้ได้ทัน

แม่แจงแทน “ลูกสาวสาดน้ำมันร้อน” เหตุเครียดสะสม-ภาระเลี้ยงดู 3 ชีวิต

ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์คืนวันที่ 4 เมษายน

เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 4 เมษายน 2569 บริเวณฟู้ดเซนเตอร์ ชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองกระบี่ น.ส.วิลาวัลย์ซึ่งเป็นพนักงานขายของทอด คว้าหม้อทอดลูกชิ้นที่มีน้ำมันร้อนอยู่เต็ม สาดใส่ น.ส.รัตติกา อายุ 19 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพนักงานขายน้ำที่มีล็อกอยู่ติดกัน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชาเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบ น.ส.รัตติกา มีอาการบาดเจ็บสาหัส ผิวหนังบริเวณลำตัวฝั่งขวา แผ่นหลัง แขน คอ และเท้า ถูกน้ำมันร้อนจนหลุดร่อน เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลกระบี่ แพทย์ประเมินบาดแผลไฟไหม้ประมาณ 30% ของร่างกาย

ผู้เสียหายเผยมีปัญหากันก่อนหน้า

น.ส.รัตติกา เล่าว่า ขณะกำลังก้มเก็บของเตรียมปิดร้าน น.ส.วิลาวัลย์สาดน้ำมันร้อนใส่โดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เคยมีปัญหากันเมื่อวันที่ 1 เมษายน ครั้งนั้น น.ส.รัตติกากำลังยืนคุยกับน้า แต่ น.ส.วิลาวัลย์เข้ามาด่าว่าถึงพ่อแม่โดยไม่ทราบสาเหตุ

ลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เห็นผู้ก่อเหตุตะโกนเรียกชื่อผู้เสียหายก่อนลงมือ พอสาดน้ำมันเสร็จก็เดินไปหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งหนี แต่ลูกค้าผู้ชายหลายคนช่วยกันจับตัวไว้ได้ พยานรายนี้ระบุว่ายินดีเป็นพยานให้เพราะสงสารผู้เสียหาย

ขณะที่ น.ส.วิลาวัลย์ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ ปฏิเสธให้ข้อมูลใด ๆ และกล่าวเพียงว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ก่อนถูกคุมตัวขึ้นรถสายตรวจไปดำเนินคดี

ยุติธรรมจังหวัดเยี่ยมผู้เสียหาย แนะสิทธิเยียวยา

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่นิติกร ลงพื้นที่โรงพยาบาลกระบี่ เพื่อเยี่ยมอาการและให้กำลังใจ น.ส.รัตติกา พร้อมแนะนำสิทธิการยื่นขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตามโครงการ Justice Care ซึ่งสามารถรับเงินเยียวยาสูงสุดหลักแสนบาท

แม่ผู้ก่อเหตุขอโทษแทน อ้างลูกเครียดสะสม

นางหวานจิต อายุ 71 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปที่บ้านว่า ลูกสาวมีอาการเครียด โดย น.ส.วิลาวัลย์เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านหลังเกิดเหตุ แม่ระบุว่าลูกสาวต้องแบกภาระเลี้ยงดูครอบครัว 4 ชีวิต รายได้วันละ 300 บาท และเคยตกงานมาแล้ว 5 ครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...