โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอลระดมโจมตีทั่วเลบานอน อ้างโจมตีอาคารของฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 แห่ง

JS100

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • JS100:จส.100
อิสราเอลระดมโจมตีทั่วเลบานอน อ้างโจมตีอาคารของฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 แห่ง

กองทัพอิสราเอล รายงานการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทั่วประเทศเลบานอน โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อเปิดทางให้รถพยาบาลเข้าถึงผู้บาดเจ็บ และช่วยหลือผู้คนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่ม

อิสราเอลระบุว่าเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในความขัดแย้งครั้งนี้ โดยโจมตีศูนย์บัญชาการและฐานทัพของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 แห่งภายในเวลา 10 นาที อ้างว่า อาคารของฮิซบอลเลาะห์ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่พลเรือน ตรอบคลุมพื้นที่ชานเมืองทางใต้ของเบรุต จังหวัดทางตอนใต้ของเลบานอน และทางตะวันออกของหุบเขาเบกา

การโจมตียังเกิดขึ้นหลังจากที่สำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ปฏิเสธรายงานของปากีสถาน ซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ, อิสราเอล และอิหร่าน ว่าข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ครอบคลุมถึงความขัดแย้งในเลบานอน ทั้งยืนยันเจตนาที่จะมีปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนต่อไป

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่การโจมตีระลอกล่าสุดของอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม หรือเป็นเวลามากกว่า 5 สัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,500 คน บาดเจ็บ 4,812 คน และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1.2 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ โดย 1 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการประกาศหยุดยิง อิสราเอลยังทิ้งระเบิดใส่รถยนต์คันหนึ่งหน้าร้านกาแฟริมชายหาดในเมืองไซดา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 22 คน

#อิสราเอล

#เลบานอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...