นายกฯ-ครม.แถลง พร้อมทำงานแก้ไขความเดือดร้อนประชาชน รับมือสงครามตะวันออกกลางกระทบไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมงว่า หลังนำครม. เข้าเฝ้าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยระบุว่า นับว่าตั้งแต่วินาทีนั้น ครม.ชุดนี้มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์
รัฐบาลตั้งใจบรรเทาภาระและความเดือดร้อนของประชาชน จากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งยังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แม้ในอนาคตเหตุการณ์อาจยุติลง แต่คงใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้นราคาพลังงานและการขาดแคลนปิโตรเคมี จะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง
แม้รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้มีความยากลำบากมากขึ้นในการหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่น รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป
ตนและ ครม.ชุดใหม่ทุกคนขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาและหาทางช่วยเหลือและรักษาประโยชน์ของประชาชน ให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยกัน
เปิด 3 มาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ลดภาระปชช.
รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือลดผลกระทบให้กับประชาชนเป็นลำดับแรก ปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด รวมถึงจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทย จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะศึกษรายละเอียดและดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าผ่านพ้นไปด้วยดีภายในสัปดาห์นี้
สำหรับการใช้อำนาจตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516นั้น อาจมีบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ แต่ยืนยันว่า กระทรวงพลังงาน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แจ้งถึงความจำเป็น และยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบและดำเนินการในอำนาจตามขอบเขตที่มี หากเป็นประโยชน์และเป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชน
นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ได้หารือและรับทราบรายงานแล้วว่ามีค่าส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นที่เกินมาอยู่จริง โดย ครม.เห็นชอบให้เดินหน้าตามแนวทางเจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่าง สำหรับนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ เข้ามาดูแลและพิจารณาวิธีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับรูปแบบและวิธีการคืนกำไรนั้น ยังไม่ได้มีข้อกำหนดที่ชัดเจน แต่อำนาจของคณะกรรมการสามารถกำหนดรูปแบบการชดเชยได้หลายแบบ เช่น การขอให้โรงกลั่นคืนส่วนต่างในรูปแบบเงิน หรือคืนเป็นสต๊อกน้ำมัน ซึ่งในอนาคตอาจใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำหนดรูปแบบในการชดเชย หรือใช้วิธีช่วยชดเชยให้โรงกลั่นเป็นรูปแบบอื่นทดแทน ในกรณีที่โรงกลั่นต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน