เปิด 10 หุ้น mai วิ่งสนั่น NTF ครองบัลลังก์ 103%
#mai #ทันหุ้น – เปิดโผ 10 หุ้น mai โค้งแรก ราคาวิ่งสนั่น “NTF” ผงาดแชมป์เบอร์ 1 ราคาพุ่งแรง 103% ขณะ “CMO-STC” ติดท็อป 3 รับอานิสงส์เก็งกำไรหุ้นเล็กสตอรี่เด่น ด้าน STC ไม่ได้มีดีแค่ราคาหุ้นพุ่ง แต่ยังโชว์แบ็กล็อกแน่น 410 ล้านบาท จ่อทยอยรับรู้รายได้ 1-2 ปีข้างหน้า พร้อมอานิสงส์ลงทุน EEC คึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์ ว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 10 บริษัท ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 10 อันดับ โดย บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NTF ครองอันดับ 1 ราคาหุ้นอยู่ที่ 12.60 บาท เพิ่มขึ้น 103.23%
ราคาหุ้นพุ่ง
ส่วนอันดับ 2 คือ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ราคาหุ้น 0.70 บาท เพิ่มขึ้น 79.49% ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC ราคาหุ้น 0.50 บาท เพิ่มขึ้น 72.41%
สำหรับบริษัทที่เหลือในกลุ่มหุ้น mai ที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาสดังกล่าว ประกอบด้วย บริษัท ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) หรือ UKEM ราคาหุ้น 0.94 บาท เพิ่มขึ้น 62.07%
บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC ราคาหุ้น 3.52 บาท เพิ่มขึ้น 53.04%
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ราคาหุ้น 1.86 บาท เพิ่มขึ้น 45.31%
บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER ราคาหุ้น 0.02 บาท เพิ่มขึ้น 43.39%
บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MBAX ราคาหุ้น 2.02 บาท เพิ่มขึ้น 42.25%
บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS ราคาหุ้น 1.23 บาท เพิ่มขึ้น 41.38%
และ บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ COMAN ราคาหุ้น 0.60 บาท เพิ่มขึ้น 39.53%
ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าว สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีความผันผวนค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันหลายบริษัทมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและสตอรี่การเติบโตที่เข้ามาสนับสนุนทิศทางราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา (ที่มา : setsmart.com ข้อมูล ณ วันที่ 2 เม.ย. 2569)
แบ็กล็อกแน่น
ด้าน นายเอกชัย ชัยตระกูลทองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC กล่าวก่อนหน้านี้ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2569 มีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความคึกคักของการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีโครงการใน Pipeline ที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปลี่ยนเป็นงานในมือ (Backlog) ได้เพิ่มเติมในระยะถัดไป ส่งผลให้ภาพรวมรายได้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน STC มีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 410 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยงานส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้มีการตกลงล่วงหน้า ทำให้ช่วยสร้างความมั่นใจต่อเสถียรภาพของรายได้ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจหรือปัจจัยภายนอก อาทิ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ