โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไม่รอด! ศาลสั่งจำคุก สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาท

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • meimei
ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 714 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.2851/2566 ซึ่งนายธนกร นันที อดีต สส.พรรคไทยรักไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อผู้จัดการ และผู้จัดรายการสนธิทอล์ค ในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีกล่าวหาว่านายธนกรเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการที่ดินปลูกปาล์มของ ปตท. รวม 5 โครงการ

วันที่ 7 เมษายน 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 714 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.2851/2566 ซึ่งนายธนกร นันที อดีต สส.พรรคไทยรักไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อผู้จัดการ และผู้จัดรายการสนธิทอล์ค ในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีกล่าวหาว่านายธนกรเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการที่ดินปลูกปาล์มของ ปตท. รวม 5 โครงการ

คดีดังกล่าวศาลเลื่อนฟังคำพิพากษามาจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากนายสนธิประสบอุบัติเหตุลื่นล้มหัวแตก ต้องพักรักษาตัวประมาณ 2–3 สัปดาห์ โดยวันนี้นายสนธิเดินทางมาศาลพร้อมทนายความส่วนตัวเพื่อรับฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2566, 2 กรกฎาคม 2566, 1 กันยายน 2566 และ 3 กันยายน 2566 จำเลยได้กล่าวหาโจทก์ผ่านรายการสนธิทอล์ค และสื่อในเครือผู้จัดการ ว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต 5 โครงการ ได้แก่

- การซื้อที่ดินปลูกปาล์มของ ปตท. ที่ประเทศอินโดนีเซีย

- กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้หุ้น EARTH จนเกิดความเสียหาย

- กล่าวหาเกี่ยวข้องกับทุจริตสต็อกน้ำมัน หรือสต็อกลม

- ฮั้วซื้อขายน้ำมัน

- เกี่ยวข้องกับการเสนอให้ ปตท. เข้าซื้อหุ้นสตาร์ค

ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตในโครงการต่าง ๆ เมื่อบุคคลที่สามรับฟังย่อมเข้าใจว่าโจทก์กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา จึงเข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาท

แม้จำเลยจะนำสืบว่าไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่เป็นเพียงการปะติดปะต่อข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจ ศาลเห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น อีกทั้งหากข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ เนื่องจากรัฐถือหุ้นใน ปตท. และบริษัทในเครือ การกระทำจึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และการเผยแพร่ผ่านสื่อถือเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 โดยเป็นความผิดกรรมเดียวต่อเนื่องกัน ไม่ใช่การติชมโดยสุจริต จึงไม่ได้รับการยกเว้นความผิด

ส่วนที่โจทก์เรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท อ้างว่าไม่ได้รับการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่นำสืบให้เห็นผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างชัดเจน และการลงทุนอาจกำไรหรือขาดทุนก็ได้ จึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 1 ล้านบาท และค่าเสียหายจากการเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก 1 ล้านบาท รวมเป็น 2 ล้านบาท

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา พร้อมให้จำเลยลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ โดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 2 ล้านบาท พร้อมค่าทนายความ 20,000 บาท ส่วนคำขออื่นให้ยก

ภายหลังฟังคำพิพากษา ทนายความของนายสนธิได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...