สงขลาสยบข่าวลือ! ยันคลังน้ำมันเกาะแต้ว ไม่ได้กักตุนเชื้อเพลิง
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 09.57 น. • The Bangkok Insightรองผู้ว่าฯ สงขลา สยบข่าวลือ! ยันคลังน้ำมันเกาะแต้ว ไม่ได้กักตุนเชื้อเพลิง ตามที่เป็นข่าว
จังหวัดสงขลาเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน หลังเกิดกระแสข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงในคลังน้ำมันพื้นที่ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งสร้างความกังวลใจและนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐได้ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนเพื่อชี้แจงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บอยู่ภายในคลังให้เกิดความกระจ่างชัดเจน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 มี.ค.) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบหมายให้นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำคณะทำงานประกอบด้วย นายอำเภอเมืองสงขลา พลังงานจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันที่ถูกพาดพิงเพื่อพิสูจน์ทราบประเภทของผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บอยู่ภายในถังบรรจุขนาดใหญ่ทั้งหมด
จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ข้อมูลที่ปรากฏตามข่าวเรื่องการกักตุนน้ำมันดีเซลหรือเบนซินนั้นไม่เป็นความจริง โดยสิ่งที่จัดเก็บอยู่ภายในคลังคือ "น้ำมันหัวเจาะ" ซึ่งเป็นสารละลายใสคล้ายน้ำมันหล่อลื่น มีคุณสมบัติหลักในการช่วยลดความร้อนของหัวเจาะในกระบวนการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยเท่านั้น ไม่ใช่เชื้อเพลิงที่ใช้ในรถยนต์หรือภาคอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ
นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุว่าภายหลังการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขและบริหารจัดการน้ำมันจังหวัด ได้ลงพื้นที่ทันทีและพบว่าสารดังกล่าวคือ NGL (Natural Gasoline) และ Sarapar 174 ซึ่งเป็นสารประเภทก๊าซธรรมชาติและสารละลาย โดยส่วนหนึ่งผลิตขึ้นเพื่อส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก และอีกส่วนใช้สนับสนุนงานแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม
ด้านนายวุฒิพงศ์ แต้มเพ็ง หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของคลังน้ำมันดังกล่าว ได้ร่วมชี้แจงว่าผลิตภัณฑ์หลักที่จัดเก็บมี 3 ประเภท ได้แก่ Saraline 185V, Sarapar 147 และ NGL ซึ่งได้รับมาจากบริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด (TTM) โดยยืนยันหนักแน่นว่าที่นี่ไม่มีการจัดเก็บน้ำมันที่ใช้ในภาคขนส่ง และทางคลังพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจสอบข้อมูลอย่างโปร่งใสเสมอ
นอกจากนี้ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการยังย้ำว่า คลังแห่งนี้จดทะเบียนเป็นเขตปลอดอากร (Free Zone) ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างมีวัตถุประสงค์ชัดเจนคือเพื่อการส่งออกหรือสนับสนุนงานด้านปิโตรเลียมในอ่าวไทย (Offshore) เท่านั้น จึงไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายภายในประเทศได้ตามกฎหมาย ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการนำน้ำมันเหล่านี้ออกมาแทรกแซงตลาดหรือกักตุนเพื่อปั่นราคา
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาได้แนะนำให้ประชาชนที่ยังมีความสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลสต็อกผลิตภัณฑ์ได้จากเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหรือสรรพสามิต เนื่องจากทางคลังมีการรายงานข้อมูลจำนวนผลิตภัณฑ์เป็นประจำทุกวันอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและป้องกันการเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศบก. แถลงความพร้อมน้ำมันไทย ยันสต็อก ใช้ได้นานกว่า 103 วัน
- พลังงานจังหวัด จัดตารางอัปเดต สถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ อำนวยความสะดวก ปชช.
- เปิดผล ‘นิด้าโพล’ เผยประชาชน ไม่เชื่อมั่น รัฐบาลมีน้ำมันสำรองเพียงพอ
ติดตามเราได้ที่