โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ฮุน มาเนต“ ลั่นกัมพูชาจะใช้กลไกUNCLOS แก้พิพาททะเลไทย

PostToday

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา แถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ตัดสินใจดำเนินการตามกลไก “การประนีประนอมโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเพื่อแสวงหาทางออกโดยสันติสำหรับข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ฝ่ายไทยประกาศถอนตัวโดยฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ หรือ MOU 44 หรือ MOU 2001 ซึ่งเคยเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการบริหารจัดการข้ออ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 25 ปี

ผู้นำกัมพูชาระบุว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวสะท้อนถึงเจตนารมณ์แห่งความร่วมมือและความปรารถนาดีระหว่างทั้งสองประเทศมาโดยตลอด การตัดสินใจถอนตัวฝ่ายเดียวของไทยจึงเท่ากับการยุติกลไกทวิภาคีที่เป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทร่วมกัน

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว กัมพูชายืนยันจุดยืนในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และการระงับข้อพิพาทโดยสันติ จึงเห็นว่าการใช้กลไกตาม UNCLOS โดยเฉพาะการประนีประนอมโดยบังคับ เป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กลไกการประนีประนอมโดยบังคับเป็นกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ใน UNCLOS เพื่อช่วยให้รัฐภาคีสามารถแก้ไขข้อพิพาทได้ แม้จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยฝ่ายหนึ่งสามารถยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของกระบวนการดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบ “ข้อเสนอแนะ” ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างแนวทางที่เป็นธรรม (Equitable Result) และใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาต่อไป

ผู้นำกัมพูชาย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจอย่างจริงใจในการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มั่นคง และสอดประสานกันในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...