คมนาคมเร่งดัน“ตั๋วร่วม“ โฟกัสราคา40-60บาท
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 24 เมษายน 2569 เวลา 23.48 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดัน "ตั๋วร่วม" เล็งกรอบราคา40-60บาท หวังให้ประชาชนใช้บัตรใบเดียวเดินทางได้ครอบคลุมบริการขนส่งสาธารณะทั้ง รถเมล์, เรือ และรถไฟฟ้าทุกสี ทุกค่าย เพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างยั่งยืน ดีเดย์ 1 มกราคม2570
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการตั๋วร่วมระบบขนส่งสาธารณะว่าขณะนี้ร่าง พรบ. ระบบรางได้ผ่านสภาฯ แล้ว คาดว่าเสร็จสมบูรณ์ใน 60-90 วัน ร่าง ขณะที่พรบ. ตั๋วร่วม ได้ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 180 วันตามขั้นตอน
ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารนโยบายมีความคล่องตัวในส่วนของเอกชนที่ได้รับสัมปทานทั้งBEMและ BTS ภายใต้ "Single Ownership" โดยรัฐต้องซื้อคืนสัมปทานมาบริหารเอง เพื่อให้สามารถคุมราคาได้ตามเป้าหมาย โดยจ้างที่ปรึกษาทางการเงินประเมินมูลค่าสัญญาที่เหลืออยู่ และเตรียมเชิญเอกชนที่ได้รับสัมปทานแต่งะรายมาเจรจา ภายในเดือนหน้า
ส่วนวิธีการระดมทุนนั้น กระทรวงการคลังเสนอ 2 แนวทาง คือ การระดมทุนผ่าน Thailand Future Fund (ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่า 1 ปี) หรือการเจรจาให้ผู้ประกอบการกู้เงินจากสถาบันการเงินแล้วรัฐชดเชยให้ตามมูลค่าสัมปทานที่เหลือ
สำหรับการเก็บค่าโดยสาร จะใช้ระบบ EMV (Europay, Mastercard, and Visa) ซึ่งรองรับการแตะจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต และจะมีบัตรเฉพาะให้บริการที่หน้าตู้ทุกสถานี ซึ่งมีตัวกลางการบริหารเงินคือ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้บริหารจัดการระบบหลังบ้าน (Clearing House) เพื่อรวบรวมค่าโดยสารทั้งหมดก่อนจะกระจายรายได้คืนให้ผู้ประกอบการแต่ละราย (รฟม., รฟท., BTS, BEM) คาดการณ์ว่าอัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 40 บาท และสูงสุดไม่เกิน 60 บาท ตลอดสายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
“อัตราพื้นฐานอาจเริ่มต้นที่ 40 บาท และหากขยับออกไปอีกช่วงหนึ่งอาจมีการบวกเพิ่มประมาณ 10 หรือ 20 บาท แต่รวมแล้วต้องไม่เกินเพดาน 60บาท ซึ่งปัจจุบันสถานะของการให้บร การรถไฟฟ้าที่รัฐดำเนินการเอง เช่น สายสีม่วงและสายสีแดง มีการใช้ราคา 40 บาท อยู่แล้วในบางส่วน“
อย่างไรก็ตามนโยบายตั๋วร่วม รัฐบาลได้ตั้งเป้าให้ครอบคลุมทั้งระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ เรือ รถเมล์ และระบบราง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยคาดหวังว่าจะเริ่มใช้ได้จริงในวันที่ 1 มกราคม 2570