โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยังไม่หยุด! เขมรเคลมขุนช้างขุนแผน ทั้งที่เนื้อเรื่อง-ชื่อเหมือนไทย อ้างอดีตเกี่ยวดองกัน

Thaiger

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 09.58 น. • Thaiger ข่าวไทย

เกิดอะไรขึ้น? นักร้องทำคลิปเคลมขุนช้างขุนแผน ได้รับอิทธิพลเนื้อเรื่อง-ตัวละครจากไทย อ้างในอดีตคนมีความสัมพันธ์-เกี่ยวดองกัน จึงเกิดวรรณกรรมผสมผสาน

กลายเป็นประเด็นเดือดอีกครั้ง หลังเพจเฟซบุ๊ก Lertler Verwang แชร์ว่า นักร้องชาวกัมพูชา ทำคลิปคอนเฟิร์มว่าวรรณกรรมเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ของประเทศไทย ฝั่งเขมรได้นำมาทำละครและภาพยนตร์ตามแบบฉบับของตนเอง ทั้งเรื่องปรัชญา บรรยากาศ เหตุการณ์ และชื่อตัวละครซึ่งตัวเนื้อเรื่องมาจากไทย เป็นการได้รับอิทธิจากไทยโดยตรง

นอกจากนี้ยังเผยว่าวรรณคดีของกัมพูชาได้รับอิทธิพลต่างชาติมา ทั้งประเทศเมียนมา จีน และไทย สาเหตุที่วรรณกรรมมีการผสมผสานทางวัฒนธรรม เป็นเพราะผู้คนในยุคโบราณมีความสัมพันธ์และเกี่ยวดองกันนั่นเอง โดยในทางวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผนของเขมรได้รับอิทธิพลจากประเทศไทย เนื้อหาระบุว่าพลายแก้ว (ขุนแผน) ชาวเมืองสุพรรณ (ปัจจุบันคือจังหวัดสุพรรณบุรี) เดินทางไปทำศึกที่เมืองเชียงใหม่

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเปิดเผยข้อมูลจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เผยว่าที่มาของวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนมีรากฐานอยู่ในวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับทางวิชาการ เช่น หอพระสมุดวชิรญาณและกรมศิลปากร นำเนื้อหามาบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและตีพิมพ์เผยแพร่

หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่ปรากฏในรูปแบบหนังสือคือหนังสือที่พิมพ์ในปี พ.ศ. 2460 กรมศิลปากรยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ใดสนับสนุนว่าวรรณคดีเรื่องนี้มีต้นฉบับมาจากประเทศกัมพูชามาก่อน

ขุนช้างขุนแผนเป็นมหากาพย์พื้นบ้านของไทย คนไทยในอดีตสร้างต้นกำเนิดเรื่องนี้จากการเล่าปากเปล่า หลักฐานเชิงวิชาการระบุชัดเจนว่า คนไทยเริ่มเผยแพร่เรื่องราวในรูปแบบการขับเสภาให้ผู้ฟังรับฟังตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2140-2150 หรือในช่วงอยุธยาตอนปลาย

เรื่องขุนช้างขุนแผนกลายเป็นวรรณกรรมยอดนิยมในศตวรรษที่ 18-19 ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กวีและผู้รู้เริ่มจดบันทึกเนื้อหาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นระบบ หอพระสมุดวชิรญาณจัดพิมพ์เป็นหนังสือเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2460 หลังจากผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจชำระเนื้อหาอย่างถี่ถ้วน จากนั้นราชบัณฑิตยสภาและกรมศิลปากรรับหน้าที่ตีพิมพ์และดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมนี้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลจาก : Anti-Fake News Center Thailand

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...