ผู้เชี่ยวชาญเดินเรือ ชี้ “ฮอร์มุซ” ฟื้นช้า อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
ผู้เชี่ยวชาญเดินเรือ ชี้ "ฮอร์มุซ" ฟื้นช้า อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่ยังเปราะบาง
วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 15.56 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังคงเปราะบาง ได้จุดความหวังว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบอาจช่วยคลี่คลายวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังกดดันเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือและโลจิสติกเตือนว่า การฟื้นตัวของการขนส่งผ่านเส้นทางสำคัญนี้จะไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน
แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะระบุว่า การหยุดยิงมีเงื่อนไขให้เปิดช่องแคบอย่าง “สมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย” และ รองประธานาธิบดี JD Vance ย้ำว่า อิหร่านเห็นชอบแล้ว แต่ฝ่ายอิหร่านกลับระบุชัดว่าการเปิดช่องแคบจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข และต้องมีการประสานงานกับกองกำลังทหารของประเทศ
ความไม่แน่นอนดังกล่าว รวมถึงการที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเรือยังไม่กลับมาอย่างเต็มที่ ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบจึงยังไม่ฟื้นตัว โดย ข้อมูลจาก S&P Global Market Intelligence ระบุว่า มีเพียง 4 เที่ยวเรือที่ผ่านในวันพุธ ขณะที่เรือจำนวนมากยังคงหลีกเลี่ยงเส้นทางและเลือกใช้ทางเลือกอื่น
ในเวลาเดียวกัน มีเรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 400 ลำ รวมถึงเรือขนส่ง LNG และ LPG อีกจำนวนมาก จอดรออยู่นอกอ่าวเปอร์เซียเพื่อรอสัญญาณอนุญาตผ่านช่องแคบ แม้ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากเรือบางลำปิดสัญญาณติดตามเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่โดยรวมแล้วปริมาณการขนส่งยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างมาก
บริษัทวิจัยด้านการเดินเรือ Windward ระบุว่า เงื่อนไขการผ่านช่องแคบ ระบบค่าผ่านทาง และกรอบกฎหมายยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่กล้าเดินเรือ ขณะที่ช่วง 48 ชั่วโมงแรกของข้อตกลงหยุดยิงถือเป็นช่วงชี้ชะตาสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการ
Nils Haupt จาก Hapag-Lloyd ระบุว่า อุตสาหกรรมยังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ และบริษัทกำลังหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางนี้ตามการประเมินความเสี่ยงล่าสุด เช่นเดียวกับ Maersk ที่มองว่าแม้การหยุดยิงอาจเปิดโอกาสให้เดินเรือได้ แต่ยังไม่มีความแน่นอนเพียงพอ และจำเป็นต้องประเมินเงื่อนไขอย่างรอบคอบ
นักวิเคราะห์ยังเปรียบเทียบกับกรณีทะเลแดงที่กลุ่มฮูตีเคยโจมตีเรือสินค้า ซึ่งแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่การเดินเรือก็ยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ อย่างไรก็ตาม ช่องแคบฮอร์มุซมีความแตกต่าง เนื่องจากมีเส้นทางทางเลือกจำกัด จึงอาจฟื้นตัวได้เร็วกว่าในระยะยาว
แม้ราคาน้ำมัน WTI และ Brent จะปรับลดลงมาอยู่ราว 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับเกือบ 110 ดอลลาร์ก่อนหน้าการหยุดยิง แต่ยังคงสูงกว่าระดับก่อนสงครามอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์จึงคาดว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ จากปัญหาอุปทานและโลจิสติกส์ที่ยังไม่คลี่คลาย
นอกจากนี้ผู้ประกอบการเรือยังต้องเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าประกันความเสี่ยงสงคราม ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง และการสำรองสินค้า ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การตัดสินใจเดินเรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความปลอดภัยของลูกเรือด้วย
“ต่อให้มีค่าตอบแทนเพิ่ม ก็ไม่คุ้มกับความเสี่ยงชีวิต” สะท้อนมุมมองของกัปตันเรือจำนวนมากที่ยังคงลังเลจะผ่านช่องแคบในช่วงเวลานี้
อ้างอิง : www.cnbc.com