โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“วีระยุทธ” อัดยับนโยบาย “อนุทิน 2” แค่ก๊อปวาง-เพิ่มคำว่าวิกฤต แซะแรงระบอบ “ปิดตาธิปไตย” บ้านใหญ่ฮั้วเทคโนแครต

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร" รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดฉากถล่มนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ชี้เนื้อหาล้าหลังเหมือนทำรายงานส่งครู ถามแรงนี่คือมาตรฐาน "ครูใหญ่ภูมิใจไทย" หรือไม่ ห่วงการรวมตัว "บ้านใหญ่-เทคโนแครต" ทำชาติพังเพราะต่างคนต่างปิดตาข้างเดียว แซะปมนายกฯ อ้างผลงานโควิด ทำคนไทยเสียวนึกถึงญาติที่จากไป

วันที่ 9 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ต่อมานายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า ในสภาวะที่โลกผันผวน ประชาชนคาดหวังว่าจะเห็นรัฐบาลเดินนำหน้า แต่สิ่งที่ได้รับคือรัฐบาลที่เดินตามหลังประชาชนหลายก้าว นโยบายนี้ดูเหมือนการนำเนื้อหาเดิมที่เตรียมไว้ตั้งแต่หลังเลือกตั้งมาปัดฝุ่นใหม่ แล้วเติมคำว่าวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง เข้าไปเพียงย่อหน้าเดียว เพื่อให้ดูทันสมัย ขอถามว่านี่คือวิธีทำงานตามมาตรฐานครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หากจะก๊อปปี้นโยบายของพรรคประชาชนไปใช้ ก็ควรเอา "ธีมใหญ่" เรื่องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืนไปใช้ให้ครบ ไม่ใช่ทำแบบสะเปะสะปะ

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์โครงสร้างรัฐบาลอนุทิน 2 เป็นระบอบ ปิดตาธิปไตย ที่เป็นการผสมผสานระหว่างกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ และกลุ่มเทคโนแครต (นักวิชาการ/ข้าราชการสายเทคนิค) โดยมีลักษณะ กลุ่มบ้านใหญ่ ยอมไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอย่างที่ควรทำ เพราะเกรงใจเทคโนแครตที่กลัวเรื่องสถานะการคลัง (รัฐถังแตก) กลุ่มเทคโนแครต ยอมหลับตาข้างหนึ่งให้รัฐบาลผลักดันโครงการที่น่ากังขาในเชิงความคุ้มค่า เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) และ โมโต้จีพี (MotoGP) เพื่อแลกกับการได้ร่วมอำนาจ เพราะฉะนั้นขอท้าทายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะตัวแทนเทคโนแครตในรัฐบาล ออกมายืนยันความคุ้มค่าของโครงการเหล่านี้ต่อประชาชนด้วย

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ต้องห่วงวิกฤตครั้งนี้ เพราะเคยพามหาชนผ่านวิกฤตโควิดมาแล้ว ประโยคนี้ทำให้หลายคน เสียวสันหลัง เพราะทำให้นึกถึงความสูญเสียของญาติพี่น้องในช่วงนั้น รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ออกจากโควิดมาแบบสะบักสะบอม ทั้งหนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง จึงขอเสนอทางออกให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการทำงานเชิงรับมาเป็นเชิงรุก โดยตั้งเป้าหมาย ความมั่นคงทางพลังงาน เป็นภารกิจแห่งชาติ ซึ่งต้องประกอบด้วย 3 เสาหลัก 1.พลังงานเพียงพอ 2.มีความต่อเนื่อง 3.ราคาต้องเอื้อมถึง

"การทำนโยบายในภาวะวิกฤตต้องไม่จบแค่เชิงรับ แต่ต้องมีเชิงรุกให้ทุกองคาพยพเห็นเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้คนที่หนีตายจากกองไฟรู้ชัดเจนว่าจะวิ่งไปที่ไหน และที่ไหนคือบ้านหลังใหม่ที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย" นายวีระยุทธ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...