ทลายเครือข่ายค้า 'เสือดำ' ข้ามชาติ สกัดช่วยลูกเสือ 7 เดือน
รวบคาห้างแม่สอด! CIB-DSI ทลายเครือข่ายค้า 'เสือดำ' ข้ามชาติ สกัดช่วยลูกเสือ 7 เดือนก่อนข้ามแดนเมียนมา พบโยงใย 4 ประเทศ
วันที่ 9 เม.ย.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปทส. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม. รรท. รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.4 บก.ปทส. และชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามจังหวัดตาก (แม่สอด) ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ร่วมกันจับกุม/ร้องทุกข์กล่าวโทษ
1. Mr. ZAW MIN MYAT อายุ 35 ปี สัญชาติ เมียนมาร์ หนังสือเดินทางเลขที่ MB 195662
2. Mrs. KHIN THI KHAING อายุ 23 ปี สัญชาติ เมียนมาร์ หนังสือเดินทางเลขที่ D 709888
ข้อหา : "ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ หรือเสือดาว) โดยไม่ได้รับอนุญาต" อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17
ของกลาง
1. เสือดำ หรือ เสือดาว (Panthera pardus) เพศเมีย อายุ 7 เดือน จำนวน 1 ตัว ราคาประเมิน 532,873 บาท
2. รถยนต์ยี่ห้อ Toyota Landcruiser (ทะเบียนต่างประเทศ) จำนวน 1 คัน ราคาประเมิน 800,000 บาท
3. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 15 pro Max จำนวน 2 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อผู้กระทำความผิดรายอื่น ๆ)
4. กรงใส่สัตว์ป่า จำนวน 1 กรง
สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแม่สอด ถนนสายเอเชีย ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
พฤติการณ์ การปฏิบัติการเชิงรุกของ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษและกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ได้รับการประสานข้อมูลว่ามีการว่าจ้างขนส่งสัตว์ที่ระบุว่าเป็น "แมวดำ" จากชายแดนกัมพูชาผ่านประเทศไทยไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทว่าจากการสังเกตพฤติกรรมสัตว์ที่ดุร้ายและไม่กินอาหารแมว พลเมืองดีจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจนพบว่าเป็น ลูกเสือดำ (Panthera pardus) เพศเมีย อายุประมาณ 7 เดือน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส
ทาง บก.ปทส. จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.4 บก.ปทส. เป็นผู้ควบคุมสั่งการในฐานะผู้อำนวยการเหตุการณ์ วางแผนสืบสวนขยายผลด้วยยุทธวิธีส่งมอบภายใต้การควบคุม (Controlled Delivery) เพื่อทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่มีความเชื่อมโยงกับผู้สั่งการในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา โดยทีมปฏิบัติการของ บก.ปทส. ได้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการส่งพิกัดอัปเดตตำแหน่งรถเจ้าหน้าที่ทุก 1 ชั่วโมงในระหว่างเคลื่อนกำลังพลเพื่อเข้าจุดซุ่มสังเกตการณ์
กระทั่งวันที่ 8 เมษายน ๒๕๖๙ เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. และชุดปฏิบัติการ .บก.ปทส. ได้เข้าวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์รอบลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสแม่สอด จนพบรถยนต์เป้าหมายยี่ห้อ TOYOTA LANDCRUISER สีขาว ทะเบียนต่างประเทศ ขับเข้ามาจอด เมื่อปรากฏภาพผู้ต้องหาชายและหญิงลงมาตรวจสอบและยกกรงลูกเสือดำขึ้นรถยนต์ของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.เอนก นาคธร พร้อมกำลังพล ได้แก่ ร.ต.อ.เสกสรรค์ เกษตรเอี่ยม และ ด.ต.ชาญชัย แคแดง พร้อมชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามจังหวัดตาก (แม่สอด) จึงได้แสดงตัวเข้าสกัดจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมาทั้ง 2 รายทันที
จากการตรวจค้นโดยเจ้าหน้าที่ บก.ปทส. พบลูกเสือดำของกลางอยู่ภายในห้องผู้โดยสาร โดยมี ด.ต.ชาญชัย แคแดง ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปทส. ทำหน้าที่บันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ พ.ศ.2565 เพื่อความโปร่งใสในขั้นตอนการควบคุมตัว แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่อ้างว่ามารับสัตว์ตามคำสั่งของนางมายูเพื่อไปส่งยังพื้นที่ชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่ บก.ปทส. จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งขยายผลตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดได้เพื่อติดตามตัวผู้บงการข้ามชาติต่อไป
เสือดาวและเสือดำนั้น แท้จริงแล้วคือสัตว์ชนิดเดียวกันในทางชีววิทยาโดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera pardus ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากภายนอกนั้นเกิดจากสภาวะ "เมลานิซึม" (Melanism) หรือการมีเม็ดสีดำมากเกินไปอันเป็นลักษณะทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย แม้จะมองเห็นเป็นสีดำสนิทแต่หากสังเกตในระยะใกล้หรือในสภาพแสงที่เหมาะสม จะยังคงเห็นลายจุดรูปดอกกุหลาบ (Rosettes) ซ่อนอยู่ภายใต้ขนสีดำเข้มนั้น โดยในธรรมชาติแม่เสือดาวหนึ่งตัวสามารถให้กำเนิดลูกที่มีลักษณะต่างกันได้ทั้งเสือดาวและเสือดำภายในคอกเดียวกัน
ในด้านการคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศไทย เสือดาวและเสือดำถูกจัดเป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 159 ตามกฎกระทรวง พ.ศ.2567 และในระดับสากลยังถูกระบุไว้ในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งเป็นกลุ่มชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งและห้ามทำการค้าระหว่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยเด็ดขาด ดังนั้นการมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17
สำหรับพฤติกรรมตามธรรมชาติ เสือดาวเป็นนักล่าที่มีความคล่องตัวสูง มีทักษะในการปีนป่ายที่เป็นเลิศและมักลากเหยื่อขึ้นไปเก็บไว้บนต้นไม้เพื่อป้องกันการถูกแย่งชิง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพวกมันยังคงเผชิญกับภัยคุกคามจากการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติเพื่อนำไปเป็นสัตว์เลี้ยงของกลุ่มทุนหรือใช้ตามความเชื่อต่าง ๆ ดังจะเห็นได้จากกรณีการจับกุมขบวนการล่าสุดที่พบลูกเสือดำเพศเมียอายุเพียง 7 เดือน ซึ่งมีมูลค่าประเมินทางราชการสูงถึงตัวละ 532,873 บาท การช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. จึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเผ่าพันธุ์นักล่าที่สง่างามนี้ให้คงอยู่สืบไป
คำเตือน: การลักลอบล่าหรือมีไว้ในความครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ หรือเสือดาว) โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 การเข้าร่วมขบวนการค้าสัตว์ป่าถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายข้ามชาติที่มีโทษรุนแรง ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้เข้าร่วมกระทำความผิดดังกล่าว หากพบเห็นเบาะแสการค้าสัตว์ป่า โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ที่สายด่วน บก.ปทส. 1136 “พิทักษ์ผืนป่า รักษาสิ่งแวดล้อม ถนอมชีวิตสัตว์”