เคาะไป คุยไป : เคาะ BH
#ทันหุ้น-BH รายงานรายได้รวม 25,449 ล้านบาท -1.6% YoY และรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 25,134 ล้านบาท -2.0% โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากการลดลงของผู้ป่วยต่างชาติ (คิดเป็นสัดส่วน 65.6% ของรายได้) โดยเฉพาะ กัมพูชา (-47.2%) จีน (-14.4%) และคูเวต ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายภาครัฐ อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถชดเชยบางส่วนจากตลาดที่เติบโต เช่น เมียนมา (+19.5%), สหรัฐอเมริกา (+14.0%), สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (+1.2%) และบังกลาเทศ (+5.0%) รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อผู้ป่วยจากการรักษาโรคซับซ้อน เช่น ศูนย์มะเร็งและศูนย์หัวใจ ซึ่งช่วยให้ผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ด้านต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร บริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนกิจการโรงพยาบาลลดลง 2.8% และค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 11.3% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 39.9% ขณะที่ Net Profit Margin อยู่ที่ 29.5% ใกล้เคียงปีก่อน อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิปี 2025 อยู่ที่ 7,512 ล้านบาท -3.4% YoY สาเหตุหลักมาจากการลดลงของสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI หลังรัฐบาลปรับลดอัตราการหักลดหย่อนภาษีจาก 200% เหลือ 120% ซึ่งทำให้บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 10 ล้านบาท เทียบกับ 147 ล้านบาทในปีก่อน ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก BOI กำไรสุทธิพื้นฐานของบริษัทจะลดลงเพียง 1.7%
นอกจากนี้ยังมีการจ่ายปันผลพิเศษ โดยเงินปันผล 2H25 เท่ากับ 3 บาท/หุ้น และ Special Dividend อัตรา 6 บาท/หุ้น คิดเป็น Div.Yield ที่ 5.1% ซึ่งการจ่ายปันผลพิเศษครั้งนี้ สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องและเงินลงทุนระยะยาวที่สูงมาก โดยไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเลย
แนวโน้มปี 2026 มีโอกาสฟื้นตัวจากการดึงผู้ป่วยต่างชาติในตลาดหลักที่เคยชะลอตัวกลับมา โดยเฉพาะ กัมพูชา จีน และคูเวต ซึ่งหากสามารถกลับมาฟื้นส่วนแบ่งตลาดได้บางส่วนจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปีนี้ นอกจากนี้บริษัทคาดหวังปัจจัยบวกจากการกลับมาของนโยบายส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่างประเทศของคูเวต รวมถึงโอกาสเปิดตลาดใหม่ในตะวันออกกลางผ่านความร่วมมือระดับรัฐบาลกับ ซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่หลังเริ่มเห็นผลเชิงบวกตั้งแต่ 2H25 ควบคู่กับกลยุทธ์รุกตลาดภูมิภาคในประเทศไทย เช่น อุดรธานี ขอนแก่น พื้นที่ EEC และภาคใต้ รวมถึงดึงดูดลูกค้าชาวลาวที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้มีแผนเพิ่มฐานผู้ป่วยผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่และพัฒนาบริการเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ผ่านศูนย์ VitalLife เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับ High Net Worth และสร้างการเติบโตของธุรกิจ
ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พบว่า BH มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติจากกลุ่มตะวันออกกลาง 27% อาจกระทบต่อรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ และกดดันมาร์จิ้นไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดียังอยู่ในช่วงเทศกาลรอมอฎอน จึงรับรู้ผลกระทบไปบ้างแล้ว หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย (คาดภายใน 8 สัปดาห์ จะมีการเร่งตัวเข้ารับการรักษา) มองราคาที่ปรับตัวลงมาเป็นจังหวะสะสม ด้าน IAA Consensus ประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 203.7 บาท Valuation ปัจจุบันน่าสนใจ ราคากลับมาซื้อขายที่ค่าเฉลี่ย PE 3 ปี – 1 SD
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระยะสั้นกลุ่มแท่งเทียนโดจิแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยSMA13วันทำหน้าที่เส้นแนวต้านหลัก และDouble Topเดิม 183 ระหว่างวันปรับทดสอบเน้นยืนจุดต่ำแท่งเทียน 175 และGapแนวรับหลัก 170 ไม่ต่ำกว่าลง แนวโน้มสร้างกรอบแกว่งตัวออกด้านข้าง หรือสร้างฐานราคา
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 180/183
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 175/170ไม่ควรต่ำกว่า