โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เคาะไป คุยไป : เคาะ BH

ทันหุ้น

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 23.50 น.

#ทันหุ้น-BH รายงานรายได้รวม 25,449 ล้านบาท -1.6% YoY และรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 25,134 ล้านบาท -2.0% โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากการลดลงของผู้ป่วยต่างชาติ (คิดเป็นสัดส่วน 65.6% ของรายได้) โดยเฉพาะ กัมพูชา (-47.2%) จีน (-14.4%) และคูเวต ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายภาครัฐ อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถชดเชยบางส่วนจากตลาดที่เติบโต เช่น เมียนมา (+19.5%), สหรัฐอเมริกา (+14.0%), สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (+1.2%) และบังกลาเทศ (+5.0%) รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อผู้ป่วยจากการรักษาโรคซับซ้อน เช่น ศูนย์มะเร็งและศูนย์หัวใจ ซึ่งช่วยให้ผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ด้านต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร บริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนกิจการโรงพยาบาลลดลง 2.8% และค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 11.3% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 39.9% ขณะที่ Net Profit Margin อยู่ที่ 29.5% ใกล้เคียงปีก่อน อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิปี 2025 อยู่ที่ 7,512 ล้านบาท -3.4% YoY สาเหตุหลักมาจากการลดลงของสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI หลังรัฐบาลปรับลดอัตราการหักลดหย่อนภาษีจาก 200% เหลือ 120% ซึ่งทำให้บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 10 ล้านบาท เทียบกับ 147 ล้านบาทในปีก่อน ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก BOI กำไรสุทธิพื้นฐานของบริษัทจะลดลงเพียง 1.7%

นอกจากนี้ยังมีการจ่ายปันผลพิเศษ โดยเงินปันผล 2H25 เท่ากับ 3 บาท/หุ้น และ Special Dividend อัตรา 6 บาท/หุ้น คิดเป็น Div.Yield ที่ 5.1% ซึ่งการจ่ายปันผลพิเศษครั้งนี้ สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องและเงินลงทุนระยะยาวที่สูงมาก โดยไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเลย

แนวโน้มปี 2026 มีโอกาสฟื้นตัวจากการดึงผู้ป่วยต่างชาติในตลาดหลักที่เคยชะลอตัวกลับมา โดยเฉพาะ กัมพูชา จีน และคูเวต ซึ่งหากสามารถกลับมาฟื้นส่วนแบ่งตลาดได้บางส่วนจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปีนี้ นอกจากนี้บริษัทคาดหวังปัจจัยบวกจากการกลับมาของนโยบายส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่างประเทศของคูเวต รวมถึงโอกาสเปิดตลาดใหม่ในตะวันออกกลางผ่านความร่วมมือระดับรัฐบาลกับ ซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่หลังเริ่มเห็นผลเชิงบวกตั้งแต่ 2H25 ควบคู่กับกลยุทธ์รุกตลาดภูมิภาคในประเทศไทย เช่น อุดรธานี ขอนแก่น พื้นที่ EEC และภาคใต้ รวมถึงดึงดูดลูกค้าชาวลาวที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้มีแผนเพิ่มฐานผู้ป่วยผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่และพัฒนาบริการเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ผ่านศูนย์ VitalLife เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับ High Net Worth และสร้างการเติบโตของธุรกิจ

ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พบว่า BH มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติจากกลุ่มตะวันออกกลาง 27% อาจกระทบต่อรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ และกดดันมาร์จิ้นไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดียังอยู่ในช่วงเทศกาลรอมอฎอน จึงรับรู้ผลกระทบไปบ้างแล้ว หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย (คาดภายใน 8 สัปดาห์ จะมีการเร่งตัวเข้ารับการรักษา) มองราคาที่ปรับตัวลงมาเป็นจังหวะสะสม ด้าน IAA Consensus ประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 203.7 บาท Valuation ปัจจุบันน่าสนใจ ราคากลับมาซื้อขายที่ค่าเฉลี่ย PE 3 ปี – 1 SD

แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระยะสั้นกลุ่มแท่งเทียนโดจิแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยSMA13วันทำหน้าที่เส้นแนวต้านหลัก และDouble Topเดิม 183 ระหว่างวันปรับทดสอบเน้นยืนจุดต่ำแท่งเทียน 175 และGapแนวรับหลัก 170 ไม่ต่ำกว่าลง แนวโน้มสร้างกรอบแกว่งตัวออกด้านข้าง หรือสร้างฐานราคา

คำแนะนำASL

กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 180/183

กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 175/170ไม่ควรต่ำกว่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...