“สายการบินทั่วโลก” ขึ้นราคาตั๋ว-ลดเที่ยวบิน หลังราคาน้ำมันพุ่ง เสี่ยงกระทบกำไรอุตฯการบิน
สงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง สายการบินทั่วโลกเริ่มขึ้นราคาตั๋ว-ลดเที่ยวบิน-เก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มเติม นักวิเคราะห์เตือนหากผู้โดยสารลดเดินทาง อุตฯการบินอาจเผชิญวิกฤตอีกครั้ง
วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 13.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินทั่วโลกเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินและลดจำนวนเที่ยวบิน เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามความสามารถในการรักษากำไรของอุตสาหกรรมอาจขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคจะลดการเดินทางหรือไม่ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นกำลังกดดันงบประมาณครัวเรือน
ก่อนที่สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านจะเริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว อุตสาหกรรมการบินคาดการณ์ว่าจะมีกำไรรวมเป็นสถิติใหม่ที่ 41,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 แต่ราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้ทำให้เป้าหมายดังกล่าวตกอยู่ในความเสี่ยง และบังคับให้สายการบินต้องปรับแผนเส้นทางบินและกลยุทธ์ใหม่
สายการบินหลายแห่งตั้งแต่ United Airlines, Air New Zealand ไปจนถึงสายการบิน SAS ของสแกนดิเนเวีย ได้ประกาศลดจำนวนเที่ยวบินและขึ้นราคาตั๋ว ขณะที่บางสายการบินได้เริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบิน ระบุว่า สายการบินกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะในขณะที่ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นทำให้ต้องขึ้นราคาตั๋ว แต่ความต้องการเดินทางกลับมีแนวโน้มลดลงจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับสายการบิน
ผู้โดยสารเพิ่ม แต่ต้นทุนพุ่ง
เมื่อปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบินมีจำนวนผู้โดยสารทั่วโลกสูงเป็นประวัติการณ์ โดยสูงกว่าช่วงก่อนโควิดประมาณ 9% แม้จะยังมีปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ทำให้การส่งมอบเครื่องบินใหม่ล่าช้า
ความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นหลังโควิด รวมกับจำนวนเครื่องบินใหม่ที่เพิ่มไม่ทัน ทำให้สายการบินสามารถควบคุมจำนวนที่นั่งและตั้งราคาตั๋วได้สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
แต่การขึ้นราคาตั๋วเพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันครั้งนี้มีขนาดใหญ่มาก ในขณะที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้คนลดการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว
นักวิเคราะห์ ระบุว่า วิธีเดียวที่สายการบินจะขึ้นราคาตั๋วได้ คือ ต้องลดจำนวนเที่ยวบินลงก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในวิกฤตราคาน้ำมันครั้งก่อน ๆ
ราคาตั๋วอาจขึ้นแรง
ผู้บริหาร United Airlines ระบุว่าราคาตั๋วอาจต้องเพิ่มขึ้นถึง 20% เพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ด้านสายการบิน Cathay Pacific ได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันแล้วสองครั้งในเดือนที่ผ่านมา โดยเที่ยวบินไป-กลับระหว่างซิดนีย์และลอนดอนจะมีค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มถึง 800 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ ระบุว่า สายการบินต้นทุนต่ำอาจได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะลูกค้ากลุ่มนี้อ่อนไหวต่อราคา ต่างจากลูกค้าธุรกิจหรือผู้โดยสารระดับพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูง
ผู้โดยสารบางส่วนอาจลดการเดินทางระยะสั้น หรือเปลี่ยนไปใช้รถไฟ รถบัส หรือวิธีเดินทางอื่นแทนเครื่องบิน
ช็อกราคาน้ำมันครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมการบิน
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้ถือเป็นช็อกราคาน้ำมัน ครั้งที่ 4 ที่กระทบอุตสาหกรรมการบินในศตวรรษนี้ โดยก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในช่วง
- ปี 2550-2551 ก่อนวิกฤตการเงินโลก
- ปี 2554 หลังเหตุการณ์ Arab Spring
- ปี 2565 หลังสงครามรัสเซีย–ยูเครน
ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่สายการบินบางแห่งกังวลเรื่องการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงจริง ๆ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่าวิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้จะทำให้ช่องว่างระหว่างสายการบินที่แข็งแกร่งกับสายการบินที่อ่อนแอกว้างขึ้น
ขณะที่สายการบินที่มีฐานะการเงินดี สามารถตั้งราคาตั๋วได้สูง และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ จะสามารถรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่า ขณะที่สายการบินที่กำไรต่ำและมีเงินทุนจำกัดอาจเผชิญความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com