โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จี้รัฐบาลใหม่เร่งคลอด พ.ร.บ. ล้มละลายใน 60 วัน ปลดล็อกหนี้รายย่อย-คืนสิทธิข้าราชการ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 10.11 น.

“Fair Finance Thailand” กระทุ้ง ครม. ชุดใหม่ สานต่อร่างกฎหมายฟื้นฟูหนี้สินฉบับแก้ไขภายในกรอบเวลาเลี่ยงนับหนึ่งใหม่ ชูจุดเด่น “ฟื้นฟูก่อนทำแผน” พร้อมปลดล็อกข้อจำกัดทางอาชีพให้ข้าราชการและลดภาระผู้ค้ำประกัน หวังสร้างวัฒนธรรม Fresh Start แก้หนี้ครัวเรือนยั่งยืน

31 มีนาคม 2569 - แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) จัดเสวนาสาธารณะ “ปลดล็อกทางตันหนี้รายย่อย: ทำไมรัฐบาลใหม่ต้องสานต่อ พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับฟื้นฟูหนี้สินโดยสมัครใจ)” เพื่อผลักดันให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เร่งนำร่างกฎหมายที่ค้างอยู่มาพิจารณาต่อภายใน 60 วัน นับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ชุดเดิมไปแล้วต้องตกไป

พลภคินทร์ พฤฒิวงศ์วาณิช ผู้ประสานงานโครงการ Fair Finance Thailand ระบุถึงความเร่งด่วนว่า “กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกทางตันของลูกหนี้รายย่อย หากกฎหมายนี้ไม่ได้ถูกหยิบมาในกรอบเวลาที่กำหนด ลูกหนี้รายย่อยหลายล้านคนก็ต้องรอต่อไป ในขณะที่ดอกเบี้ยของพวกเขาไม่ได้หยุดวิ่ง”

ปรับโครงสร้างกฎหมาย : เน้นความคล่องตัวและคุ้มครองสิทธิ

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองประธาน กมธ. วิสามัญฯ ชี้ให้เห็นว่าร่างกฎหมายฉบับใหม่จะเปลี่ยนโฉมกระบวนการจัดการหนี้ โดยอนุญาตให้ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ก่อนแล้วจึงจัดทำแผนภายหลัง เพิ่มความยืดหยุ่นในการเจรจาหนี้โดยไม่ต้องจัดประชุมเจ้าหนี้เต็มรูปแบบ และปรับเกณฑ์การอนุมัติแผนให้ใช้เสียงเห็นชอบจากเจ้าหนี้เพียงกึ่งหนึ่ง จากเดิมที่ต้องใช้ถึง 2 ใน 3

นอกจากนี้ กฎหมายยังมีมิติของการคุ้มครองอาชีพ โดยอนุญาตให้ข้าราชการที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติเมื่อถูกฟ้องล้มละลาย รวมถึงการปรับปรุงสิทธิของผู้ค้ำประกันให้ผูกพันตามแผนฟื้นฟูของลูกหนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการถูกฟ้องล้มละลายไปพร้อมกับลูกหนี้หลัก

จากมลทินสู่การเริ่มต้นใหม่ (Fresh Start)

ในเชิงสังคม สฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าคณะวิจัย Fair Finance Thailand เสนอให้ปรับมุมมองเรื่องการล้มละลายจาก "มลทิน" (Stigma) สู่การให้โอกาสเริ่มต้นใหม่ “ในสังคมไทยเวลาบุคคลมีสถานะล้มละลาย จะถูกมองว่าเป็นบุคคลไร้ความสามารถ ทั้งที่จริงๆ แล้วทุกคนมีโอกาสที่จะเผชิญปัญหาหนี้สินได้ทั้งนั้น และทุกคนควรจะมีโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”

สอดคล้องกับมุมมองของนฤมล เมฆบริสุทธิ์ จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่สะท้อนภาพวิกฤตหนี้สะสมจากการขาดความรู้ทางการเงิน ซึ่งนำไปสู่การกู้หนี้นอกระบบแบบวนซ้ำ โดยผลสำรวจในชุมชนกรุงเทพฯ พบว่ากว่า 80% ของกลุ่มตัวอย่างเป็นหนี้ และเกินครึ่งเข้าสู่กระแสหนี้นอกระบบไปแล้วเนื่องจากวงเงินในระบบเต็ม

ข้อควรระวังต่อระบบเครดิต

อย่างไรก็ตามพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทย ได้ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบในเชิงระบบ โดยเฉพาะประเด็นการลดภาระผู้ค้ำประกันที่อาจส่งผลให้ "คุณค่าของหลักประกัน" ลดลง และข้อกำหนดเรื่องการผันชำระหนี้จำนองที่ยาวนานเกินไปอาจกลายเป็นต้นทุนเพิ่มของระบบสินเชื่อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงสินเชื่อในอนาคต

จุดเปลี่ยนหนี้ครัวเรือน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะประธาน กมธ. วิสามัญฯ ย้ำทิ้งท้ายถึงความสำคัญของกรอบเวลา 60 วันว่า“เรามีวิธีการแก้หนี้มาเยอะ แต่ทุกครั้งเราไม่เคยได้เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ได้ลุกขึ้นมาช่วยตัวเองโดยมีกฎหมายรองรับ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนในการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างมีนัยยะสำคัญ… สำหรับลูกหนี้ กฎหมายนี้จะเป็นเหมือนการให้รางวัลที่ดีที่สุดและเป็นรางวัลที่ไม่ต้องเปลืองงบประมาณของประเทศด้วย”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...