“แลนด์บริดจ์” มีแววปัง ดึงทุนต่างชาติปักหมุดไทย ฐานส่งสินค้า 2 ฝั่งทะเล
วันนี้ (28 เม.ย.69) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยถึงมุมมองการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ (ชุมพร-ระนอง) แต่ถือเป็นแรงจูงใจ คือเครื่องยนต์ใหม่ (Growth Engine) ซึ่งถ้าบริหารดีๆ มันอาจจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามา เช่น มีข่าวว่ารัฐมนตรีสิงคโปร์เข้ามาแล้วบอกว่า สิงคโปร์พร้อมสนับสนุน ซึ่งเป็นนัยยะที่สำคัญว่ามันอาจจะเป็น Growth Engine เครื่องจักรในการดึงเม็ดเงินการลงุทน
“ถ้าเราวางระบบดีๆ ซาวด์เสียงจากนานาชาติดีๆ แม้ว่ามีการบอกในเชิงโลจิสติกส์ไม่คุ้ม ไม่จูงใจ แต่ถ้าเป็นลักษณะของการสร้างอุตสาหกรรม 2 ฝั่ง อันดามันกับแปซิฟิก และผลิตแล้วมาสต็อกอีกฝั่งหนึ่ง หรือกระจายเพื่อส่งออกอีกฝั่งหนึ่ง มันทำให้ แลนด์บริดจ์มีเสน่ห์มากขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้อาจจะดึงดูดเม็ดเงินจากการลงทุนของต่างชาติมามากขึ้น ซึ่งนี่คือแรงกระตุ้นอีกจุดหนึ่งสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้”
นายธนวรรธน์กล่าวว่า เนื่องจากนักลงทุนตะวันออกกลางอาจจะย้ายฐานอยู่ตรงนี้มากขึ้น แหล่งน้ำมันอาจจะถูกมาสำรองบริเวณนี้มากขึ้น และกระจายออก 2 ฝั่ง เอเชียกับแปซิฟิก กับทางด้านอันดามัน มีเสน่ห์อยู่ ขณะเดียวกัน การวางโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ การวางเรื่องแหล่งน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารัฐบาลจะทำ คือระบบขนส่งการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวเมืองหลักไปยังเมืองรอง โลจิสติกส์ตรงนี้ นักท่องเที่ยวเดินทางแบ็คแพ็ค ถ้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมขนส่งสาธารณะภายในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ
“ซึ่งการพัฒนาให้ อบต. อบจ. ได้ใช้เม็ดเงินในการสร้างงานในพื้นที่ สร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ มันก็มีโอกาสที่ทำให้เรามีเศรษฐกิจที่แตะ 2% ได้ง่ายขึ้น”