โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แรงงานรัดเข็มขัด! ใช้จ่าย "วันแรงงาน" ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี

Khaosod

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 07.10 น.

ศูนย์พยากรณ์ฯ ม.หอการค้าไทย ชี้กำลังซื้อแผ่วต่อเนื่องหลังสงกรานต์ ขณะที่ภาพรวมการใช้จ่ายในช่วงวันแรงงานปีนี้มูลค่าใช้จ่ายเหลือราว 2.1 พันล้านบาท ลดลง 3% รายได้แรงงานไม่เพิ่ม โอทีหด หนี้ครัวเรือนพุ่งเกือบ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน เร่งรัฐอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากพยุงกำลังซื้อ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าภาพรวมการใช้จ่ายในช่วงวันแรงงานปีนี้สะท้อนชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะพฤติกรรมการจับจ่ายของประชาชนที่ลดลงต่อเนื่องจากช่วงสงกรานต์

ทั้งนี้หากนับเฉพาะการใช้จ่ายในช่วงวันแรงงาน ไม่รวมวันหยุดยาวต่อเนื่อง พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีแนวโน้มท่องเที่ยวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้มูลค่าการใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 2,100 ล้านบาท ลดลง 3% ถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี และเป็นระดับการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ระดับการใช้จ่ายดังกล่าวยังไม่ได้ปรับลดลงอย่างรุนแรงมากนัก แต่สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ราคาพลังงาน และสถานการณ์ต่างประเทศปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจยังไม่ทรุดแรง คือสถานการณ์สงครามยังไม่ได้รุนแรงเกินกว่ากรอบที่ประเมินไว้

โดยหากราคาน้ำมันไม่พุ่งทะลุระดับ 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายภายใน 3 เดือน เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบที่ประเมินไว้

สำหรับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้การเจรจารอบ 2 ที่ปากีสถานยังไม่สามารถตกลงเงื่อนไขกันได้ แต่ยังไม่เห็นท่าทีของการยกระดับการปะทะรุนแรง และยังมีช่องทางการเจรจาอยู่ จึงทำให้ความเสี่ยงต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกยังไม่หลุดจากกรอบประเมินเดิม

โดยยังคงประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวในกรอบ 1.1-1.5% ชะลอลงจากเดิมที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2% โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของรัฐบาลที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวราว 1.4% ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณรุนแรงถึงขั้นธุรกิจขาดสภาพคล่องจำนวนมาก ปิดกิจการ หรือปลดคนงานเป็นวงกว้าง

แต่ยอมรับว่าภาคแรงงานเริ่มได้รับผลกระทบในลักษณะรายได้ไม่เพิ่ม งานพิเศษน้อยลง ชั่วโมงทำงานและโอทีอาจถูกปรับลด เพื่อให้สอดคล้องกับยอดขายของธุรกิจที่ชะลอตัวลง

"ยังไม่มีสัญญาณการปลดคนงานจำนวนมาก หรือการลดเงินเดือนจำนวนมาก แต่สิ่งที่เริ่มเห็นคือ โอกาสทำงานพิเศษลดลง ชั่วโมงทำงานและโอทีอาจน้อยลง ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตรุนแรง"

ขณะเดียวกันผลสำรวจยังสะท้อนว่าแรงงานมีความกังวลต่อรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะโอกาสที่รายได้จะลดลง และความกังวลเรื่องการจ้างงาน แม้ยังไม่พบสัญญาณว่างงานหรือเลิกจ้างชัดเจน แต่หนึ่งในสัญญาณสำคัญจากผลสำรวจ คือพฤติกรรมการใช้จ่ายของแรงงานที่เริ่มเปลี่ยนไป

โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตอบว่าใช้จ่ายเท่ากับรายได้ที่หาได้ หรือใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย

ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันแพงและความไม่แน่นอนจากสงครามสามารถตีความได้ 2 ด้าน คือ ด้านแรก รายได้ใหม่ของประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะยอดขายของธุรกิจลดลง ทำให้โอกาสทำโอทีหรืองานเสริมลดลง

ด้านที่สอง ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มขยับต้นทุนค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทาง และราคาสินค้าบางรายการ ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจในการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังไม่ได้สะท้อนว่าค่าครองชีพสูงกว่ารายได้อย่างรุนแรง แต่สะท้อนว่าประชาชนและแรงงานเลือกประหยัดมากขึ้น เพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น ในภาวะที่ประชาชนระวังการใช้จ่าย มาตรการของรัฐ เช่น "ไทยช่วยไทย" หรือ "คนละครึ่งพลัส" จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจฐานราก

ผลสำรวจแรงงาน

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยปี 2569 กรณีศึกษาผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,250 คน ระหว่างวันที่ 16-23 เม.ย. 2569 พบว่า แรงงานส่วนใหญ่กว่า 90.8% ยังคงมีรายได้อยู่ในช่วง 10,001–15,000 บาทต่อเดือน

ขณะที่ รายได้ต่อครัวเรือน 36% มีรายได้เฉลี่ย 15,001-30,000 บาทต่อ ส่วนรายจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังพบว่าคนส่วนใหญ่ 79.1% ไม้มีการเก็บออม มีเพียง 20.9% เท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีอาชีพเสริมด้วย สัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ใช้ส่วนใหญ่ไปอยู่ในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม รองลงมา ชำระหนี้ ค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย

ขณะเดียวกัน สถานภาพหนี้ของแรงงานไทยและการจัดการหนี้ พบว่า ภาระหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพบว่ากว่า 98% ของครัวเรือน และส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ส่วนบุคลจากอุปดภค บริโภค ยานพาหนะ ที่อยู่อาศัยซึ่งเพิ่มขึ้น

เมื่อดูจำนวนหนี้รวมทั้งเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน หรือประมาณ 494,505 บาทต่อครัวเรือน พร้อมภาระผ่อนชำระเฉลี่ยกว่า 10,867 บาทต่อเดือน และการชำระในแต่ละเดือนพยายามที่จะชำระเต็มจำนนวน ซึ่งปัญหานี้ส่งผลต่อการใช้จ่าย คาดว่าใน 3 เดือนข้างหน้าจะลดลง 50.6% และคนก็ยังเป็นกังวัลเรื่องนี้มากแต่ก็ยังชำระหนี้ได้อยู่

ส่วนทัศนะต่อรายได้และความคิดเห็นประเด็นแรงงาน ราคาสินค้ามีผลต่อการใช้ชีวิต งานที่ทำยังมีความมั่นคง ยกเว้นงานรับจ้าง คนยังไม่ได้วางแผนเกษียณ และยังกังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ แรงงานยังมองว่า ค่าแรงที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับประมาณ 495 บาทต่อวัน แต่หากค่าแรงปรับขึ้นไม่ได้ ก็ต้องการให้เพิ่มค่าเดินทางเข้ามาช่วยเหลือ เพราะแรงงานกังวลราคาสินค้าที่สูงขึ้น และหากค่าแรงขึ้นมีผลต่อราคาสินค้าสูงขึ้นแรงงานกว่า 97% ยอรับไม่ได้

นอกจากนี้ยังพบว่าแรงงานยังกังวลเรื่องปัญหาสงครามจะกระทบต่อการเลิกจ้างกว่า 43.3% อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในปีนี้หนี้ครัวเรือนจะสูงขึ้น 14.4% เป็นหนี้ในระบบ 87% นอกระบบ 13% และยังเชื่อว่าแรงงานไทยยังคงไม่มีปัญหาเรื่องของการชำระหนี้ การออมน้อย

ส่วนแผนการทำกิจกรรมวันหยุดแรงงานส่วนใหญ่ยังคงพักผ่อน และปีนี้บรรยากาศยังคงคึกคัก ขณะที่ มูลค่าการใช้จ่ายในวันแรงงานปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 2,120 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีที่ผ่านมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แรงงานรัดเข็มขัด! ใช้จ่าย "วันแรงงาน" ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...