สงครามโลกเปลี่ยนทิศลงทุน ‘BOI’ ชูไทยฐานผลิต EV ใหญ่สุดอาเซียน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาคของโลกที่ทวีความตึงเครียดในปัจจุบันว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว นักลงทุนทั่วโลกจึงเริ่มปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยหันมามองหาแหล่งลงทุนที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและกระบวนการผลิตสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียดของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็น โอกาสสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถสูงเข้ามาทำงานในประเทศ เนื่องจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทั้งเงินทุนและแรงงานฝีมือไปยังประเทศที่มีเสถียรภาพมากกว่า
“สถานการณ์โลกวันนี้กำลังทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทั้งการลงทุนและบุคลากรทั่วโลก เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสของไทยที่จะดึงทั้งเงินลงทุนและคนเก่งเข้ามาอยู่ในประเทศ”
ด้านนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเดินหน้าทั้ง การยกระดับอุตสาหกรรมเดิม และการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กัน โดยอุตสาหกรรมเดิมที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ภาคเกษตรและอาหาร การแพทย์ และการท่องเที่ยว จะได้รับการยกระดับให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ไทยยังให้ความสำคัญกับการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเริ่มเห็นความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ อุตสาหกรรมไบโอ เช่น ไบโอพลาสติก ไบโอแมททีเรียล และไบโอฟิวเอล, อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) และแบตเตอรี่ ,อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และภาคบริการมูลค่าสูง
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค
“วันนี้ทุกคนยอมรับว่าไทยคือฐานการผลิต EV ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของโลกที่อยู่นอกประเทศจีน”
แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน แต่ยังมีปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ระบบพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด การพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมใหม่ และการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ
โลกกำลังเข้าสู่การแข่งขันทางเทคโนโลยีและทรัพยากรที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในอนาคต
“วันนี้โลกกำลังแข่งขันกันใน 4 เรื่องสำคัญ คือ พลังงาน แร่หายาก ชิป และ AI ประเทศไหนมีความสามารถใน 4 เรื่องนี้ จะเป็นผู้ชนะในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่”
แม้ว่าประเทศไทยจะต้องแข่งขันกับหลายประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่จากสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนจำนวนมากยังคงมองหาประเทศที่มีเสถียรภาพ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงในระยะยาว
ปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้ประเทศไทยยังคงมีโอกาสสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค และใช้จังหวะของการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ในการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว