3 สมาคมน้ำตาลจี้รัฐยกระดับพลังงานเกษตรเป็น “วาระแห่งชาติ” ชู E20 เชื้อเพลิงหลักลดนำเข้าน้ำมันหมื่นล้าน
เร่งแก้ปมพึ่งพาพลังงานต่างชาติพุ่ง 70% เสนอโมเดลหนุนเอทานอล-ไฟฟ้าชีวมวลรับเทรนด์ Net Zero ดึงเม็ดเงินกลับสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับรายได้ชาวไร่อ้อยกว่า 4.2 แสนครัวเรือนทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยสู่ความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม แก้ต้นตอวิกฤตฝุ่น PM 2.5
17 มีนาคม 2569 – 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย (TSMC) แถลงจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์เสนอรัฐบาลเร่งผลักดันพลังงานทดแทนจากภาคเกษตรกรรมเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างเกราะป้องกันความผันผวนของราคาพลังงานโลก หลังพบไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงถึง 60–70% ของความต้องการใช้ทั้งหมด พร้อมเสนอโรดแมปปรับเปลี่ยนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเชื้อเพลิงพื้นฐาน และขยายขีดความสามารถโรงไฟฟ้าชีวมวลสู่ระดับ 650 เมกะวัตต์
ดร.สมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยข้อมูลเชิงเศรษฐกิจว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลมีมูลค่า GDP ประมาณ 123,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของ GDP ภาคเกษตรไทยทั้งหมด ด้วยพื้นที่ปลูกกว่า 11 ล้านไร่ และผลผลิตอ้อยเฉลี่ย 92 ล้านตันต่อปี ทำให้อุตสาหกรรมนี้มีศักยภาพสูงในการเป็น "Buffer" หรือกันชนด้านพลังงานให้กับประเทศ ผ่านการแปรรูปเป็นเอทานอลและกระแสไฟฟ้า
ยุทธศาสตร์ E20: กลไกประหยัดเงินตราต่างประเทศ
หัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้คือการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้เอทานอล ซึ่งปัจจุบันมีการใช้จริงเพียง 3.5 ล้านลิตรต่อวัน จากยอดการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินรวม 32 ล้านลิตรต่อวัน หากรัฐบาลประกาศให้ E20 เป็นน้ำมันหลัก ความต้องการเอทานอลจะกระโดดขึ้นเป็น 6.4 ล้านลิตรต่อวันทันที
"การผลักดัน E20 เป็นเชื้อเพลิงหลัก จะช่วยให้ประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าได้ถึง 1,058 ล้านลิตรต่อปี เม็ดเงินนับหมื่นล้านบาทที่เคยสูญเสียไปจะถูกหมุนเวียนกลับมาเป็นรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรโดยตรง ทำให้กลไกราคาอ้อยปรับตัวสูงขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไร่อ้อยกว่า 420,000 ครัวเรือน" ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับโมเดลความสำเร็จในระดับสากล เช่น บราซิลที่บังคับใช้ค่ามาตรฐาน E27 และอินเดียที่กำลังมุ่งสู่เป้าหมาย E20 อย่างเต็มตัว ซึ่งไทยในฐานะผู้ผลิตอ้อยรายใหญ่อันดับ 3-4 ของโลก มีความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานที่จะดำเนินการได้ทันที
ไฟฟ้าชีวมวล: ทางออกเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากภาคขนส่ง ภาคการผลิตไฟฟ้าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (Biomass) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ โดยโรงงานน้ำตาลมีศักยภาพในการป้อนไฟฟ้าเข้าระบบได้ถึง 650 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเข้ามาทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีราคาสูงและผันผวนตามตลาดโลก
ในมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การขยายตัวของโรงไฟฟ้าชีวมวลจะสร้างระบบนิเวศการรับซื้อใบอ้อยจากเกษตรกร คิดเป็นมูลค่าหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นมาตรการจูงใจที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดการเผาอ้อยในที่โล่ง อันเป็นต้นเหตุหลักของวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน
จากนโยบายสู่การปฏิบัติ: ทางรอดเศรษฐกิจยุค Net Zero
แม้ล่าสุดคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะมีมติปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลและเตรียมขยายส่วนต่างราคา E20 ให้จูงใจมากขึ้น แต่ทางสมาคมฯ มองว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายบังคับที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดการลงทุนในระยะยาว
"พลังงานทดแทนจากภาคเกษตรไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดที่ประเทศไทยต้องเลือก สัญญาณจากรัฐบาลเริ่มดีขึ้น แต่เราต้องการความชัดเจนของนโยบายระยะยาวและมาตรการบังคับทางกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนพัฒนากำลังการผลิตอย่างยั่งยืน"