ลุกฮือประท้วง! ชาวอเมริกัน 8 ล้านคน ไม่ทน รวมตัวต้าน "ทรัมป์" ลากสหรัฐฯร่วมทำสงคราม "อิหร่าน"
ลุกฮือประท้วง! ชาวอเมริกัน 8 ล้านคน ไม่ทน รวมตัวต้าน "ทรัมป์" ลากสหรัฐฯร่วมทำสงคราม "อิหร่าน"
ลุกฮือทั่วประเทศ! คนอเมริกันไม่ทนออกมาชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ 8 ล้านคน ประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ลากสหรัฐเข้าสู่สงครามอิหร่าน โดยใช้ชื่อการชุมนุมว่า “No Kings day” ขณะที่หลายชาติยุโรปขานรับออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านทรัมป์โดยพร้อมเพรียงกัน
AFP รายงานว่าฝูงชนอเมริกันทั่วประเทศออกมารวมตัวกันทั่วสหรัฐเมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 28 มีค.) เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อลักษณะบริหารประเทศแบบเผด็จการของทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายผู้ลี้ภัยที่เข้มงวดและล่าสุดคือนำสหรัฐเข้าสู่สงครามอิหร่าน ซึ่งผู้จัดเผยว่ามีผู้ร่วมการชุมนุมครั้งนี้อย่างน้อย 8 ล้านคนทั่วประเทศทั้ง 50 รัฐ โดยมีการจัดกิจการชุมนุมมากกว่า 3,300 แห่ง ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกไปถึงฝั่งตะวันออก รวมทั้งกรุงวอชิงตัน, นครนิวยอร์ก, แอตแลนต้า แม้แต่ที่รัฐอลาสก้าที่อยู่เกือบถึงขั้วโลก โดยที่นครนิวยอร์กซึ่งมีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนหลายหมื่นคน รวมทั้งโรเบิร์ต เด นิโร นักแสดงชื่อดังเจ้าของรางวัลออสการ์ ซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อยู่บ่อยครั้ง โดยเขาเรียกทรัมป์ว่า "ภัยคุกคามต่อเสรีภาพและความมั่นคงของชาวอเมริกัน”
ขณะที่มาร์ค แมคคอเฮย์ อดีตทหารผ่านศึกวัย 36 ปี ซึ่งออกมาร่วมชุมนุมที่แอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย บอกกับ AFP ว่า “ไม่มีประเทศใดสามารถปกครองได้โดยปราศจากความยินยอมของประชาชน” และว่าเขามาร่วมการชุมนุม “เพราะเรารู้สึกว่ารัฐธรรมนูญสหรัฐกำลังถูกคุกคามในหลายๆด้าน สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ และไม่โอเคเลย”และที่เมืองเวสต์บลูมฟิลด์ รัฐมิชิแกน ผู้คนจำนวนมากได้ฝ่าอุณหภูมิที่หนาวติดลบเพื่อออกมาชุมนุมประท้วงบนท้องถนน ขณะที่กรุงวอชิงตัน กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนได้พากันชูป้ายที่มีข้อความว่า “ทรัมป์ต้องลาออกเดี๋ยวนี้!” และ “ต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์” โดยหนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่า “ทรัมป์โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครพูดอะไรเลย สถานการณ์จึงเลวร้ายมากๆ” ขณะที่ตัวทรัมป์เองอยู่ระหว่างการพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ ที่คฤหาสต์หรูของตัวเองที่รัฐฟลอริด้า ทั้งนี้ คะแนนความนิยมของทรัมป์ได้ลดลงต่ำกว่า 40 % และการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน พรรครีพับลิกันมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเสียงข้างมากทั้งสองสภา โดยพรรคฝ่ายค้านกล่าวหาทรัมป์ว่ากฎหมายเป็นเครื่องมือในการลงโทษฝ่ายตรงข้าม, และว่าทรัมป์หมกมุ่นอย่างรุนแรงกับเชื้อเพลิงฟอสซิลและปฏิเสธปัญหาโลกร้อน และล่าสุดหมกมุ่นกับการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐด้วยการลากเอาสหรัฐเข้าสู่สงครามอิหร่าน หลังจากที่เขาเพิ่งออกมาคุยหลายต่อหลายครั้งว่าเป็น “ผู้รักสันติ” และได้ยุติสงครามในหลายสมรภูมิ