บางกอกแอร์เวยส์ ปรับเกมรุก รับมือวิกฤตน้ำมัน
กางแผนปี 2569 ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เดินหน้าสู่ Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability พร้อมปรับแผนรับมือสถานการณ์วิกฤตน้ำมัน ทั้งปรับขึ้นราคาตั๋ว มองหาการเติบโตใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
‘พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ’ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2569 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2569 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่โตขึ้น 4.4%
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัท ฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
โดยเป้าหมายปี 2569 คาดการณ์ ณ เดือนธันวาคม 2568
จำนวนเที่ยวบิน 48,000 เที่ยวบิน ลดลง 2%
จำนวนการให้บริการที่นั่ง 3,300 ล้านที่นั่งต่อกิโลเมตร ลดลง 5%
อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร 80% เพิ่มขึ้น 4%
จำนวนผู้โดยสาร 4.3 ล้านคน เท่ากับปีที่ผ่านมา
ค่าบัตรโดยสาร 4,200 บาท/เที่ยวบิน คงที่จากปีที่ผ่านมา
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บางกอกแอร์เวย์ส จะเน้นความมั่นคงและเติบโตแบบระยะยาว โดยรักษาจุดคุ้มทุน ด้วยการไม่ขยายฝูงบินมากจนเกินไป เพราะขยานเส้นทางไม่ยาก แต่จะลดเส้นทางเป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งเป็นบทเรียนที่ได้รับมาในช่วงโควิด
รวมถึงเลือกโฟกัสในเส้นทางที่ได้รับความนิยม เช่น ยุโรป ฯลฯ
ขณะที่การรับมือวิกฤตพลังงาน ซึ่งตอนนี้ราคาพุ่งสูงขึ้นกว่า 70% เบื้องต้นจะมีการปรับราคาตั๋วขึ้น 15-20% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 และคอยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากยังไม่สงบ ต้องงัดมาตรการอื่นมาใช้ เช่น การรัดเข็มขัด บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“การขึ้นราคาตั๋วโดยสาร สามารถทำได้ถึงจุดหนึ่งเท่านั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้องมีมาตรการอื่นมา เพราะขึ้นราคาไปเรื่อยๆไม่ได้ ลูกค้าหายแน่นอน”
นอกจากนี้ ยังยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี พร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573
ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี
ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วย เครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำ และ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2571
“ช่วงเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ ดูตัวเลขแล้วฝันหวานได้เลย แต่พอสิ้นเดือนกุมภาพันธุ์ ระเบิดลูกแรกลง เป็นหนังคนละม้วนเลย เราจะเน้นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินกันแบบวันต่อวัน”