โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ลี กาชิง” เล็งขายธุรกิจโทรคมนาคมเพิ่ม เดินเกม “เงินสดคือราชา” รับเศรษฐกิจโลกผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 04.48 น.

"ลี กาชิง" เล็งขายธุรกิจโทรคมนาคมเพิ่ม เดินเกม “เงินสดคือราชา” เพื่อสะสมสภาพคล่อง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า CK Hutchison Holdings Ltd. กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่จากฮ่องกงที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี ลี กาชิง กำลังพิจารณาขายสินทรัพย์ด้านโทรคมนาคมเพิ่มเติม หลังเพิ่งขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือในสหราชอาณาจักรมูลค่า 5,800 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายลดบทบาทในอุตสาหกรรมที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทไม่น่าจะเร่งทำดีลใหม่ในระยะสั้น เพราะต้องการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้สูงที่สุด และยังอาจเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ตามสภาวะตลาด รวมถึงยังเปิดทางเลือกในการนำธุรกิจโทรคมนาคมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

การขายหุ้น 49% ในกิจการ VodafoneThree ซึ่งเสร็จสิ้นในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการขายสินทรัพย์ใหญ่ครั้งที่สองของ CK Hutchison และบริษัทในเครือในสหราชอาณาจักรภายในปีนี้ รวมมูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงยุทธศาสตร์สะสมเงินสดเพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ แผนขายธุรกิจท่าเรือทั่วโลกมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์ของบริษัทก็กลายเป็นประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้ว ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสะท้อนความพยายามของ Victor Li ในการปรับโครงสร้างอาณาจักรธุรกิจของครอบครัว หลังเข้ารับช่วงต่อจากบิดาในปี 2561 โดยแตกต่างจากยุคของ ลี กาชิง ที่สร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนระยะยาวในธุรกิจท่าเรือ โทรคมนาคม และค้าปลีก ขณะที่ Victor Li ต้องรับมือโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากเทคโนโลยี

นักวิเคราะห์ของ JPMorgan Chase & Co. ระบุในรายงานว่า การขายธุรกิจ VodafoneThree สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ CK Hutchison ที่ต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดให้มากที่สุด เพราะฝ่ายบริหารยังมีมุมมองระมัดระวังต่อเศรษฐกิจโลก และต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนให้เป็นแบบ asset-light มากขึ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 143,700 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นจาก 121,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปีก่อนหน้า

นอกจากการขายท่าเรือแล้ว บริษัทกำลังพิจารณานำธุรกิจค้าปลีกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งอาจระดมทุนได้อย่างน้อย 2,000 ล้านดอลลาร์ หากทุกดีลสำเร็จ CK Hutchison จะลดสัดส่วนการถือครองธุรกิจหลักจำนวนมากที่เคยถือครองมายาวนานหลายทศวรรษ

ปัจจุบัน CK Hutchison ยังดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมในหลายประเทศยุโรป เช่น Italy, Sweden และ Denmark รวมถึงถือหุ้นควบคุมใน Hutchison Telecommunications Hong Kong Holdings ซึ่งให้บริการโทรศัพท์มือถือในฮ่องกงและมาเก๊า อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจในออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านบริษัทร่วมทุน

แม้ธุรกิจโทรคมนาคมยังเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อันดับสองของบริษัท แต่ต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงได้กดดันผลกำไรอย่างหนัก โดยรายได้จากธุรกิจดังกล่าวในปีที่แล้วลดลงมากกว่า 80% หลังหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ตามรายงานประจำปีของบริษัท

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และจำเป็นต้องลงทุนอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรองรับเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือรุ่นใหม่

ด้านนักวิเคราะห์จาก CLSA Ltd. ระบุว่า ราคาขายธุรกิจในอังกฤษสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยสูงกว่ามูลค่ากิจการที่ประเมินไว้ถึง 41% และคาดว่าดีลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิและกำไรประจำของ CK Hutchison ในปีนี้

แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะสร้างความไม่แน่นอนให้บริษัทข้ามชาติทั่วโลก แต่ Victor Li เคยกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่า“การเปลี่ยนแปลงที่สร้างความปั่นป่วน” เหล่านี้ก็เปิดโอกาสใหม่เช่นกัน

ที่ผ่านมา CK Infrastructure Holdings Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ พยายามขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในอังกฤษ ทั้งการยื่นซื้อธุรกิจสมาร์ตมิเตอร์ และแสดงความสนใจใน Thames Water แต่ก็ถอนตัวจากการประมูลสถานีก๊าซธรรมชาติเหลวของอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา

แอนดรูว์ ฮันเตอร์ กรรมการบริหารของ CK Infrastructure กล่าวกับผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนเมษายนว่า “Cash is king” หรือ “เงินสดคือสิ่งสำคัญที่สุด” ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความปั่นป่วน พร้อมอธิบายว่าเหตุใดกลุ่ม CK จึงตัดสินใจขายเครือข่ายจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของอังกฤษมูลค่า 10,500 ล้านปอนด์เมื่อต้นปีนี้ โดยระบุว่า การมีเงินทุนจำนวนมากจะช่วยเปิดทางเลือกและโอกาสใหม่ ๆ ให้บริษัทในอนาคต

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...