“ลี กาชิง” เล็งขายธุรกิจโทรคมนาคมเพิ่ม เดินเกม “เงินสดคือราชา” รับเศรษฐกิจโลกผันผวน
"ลี กาชิง" เล็งขายธุรกิจโทรคมนาคมเพิ่ม เดินเกม “เงินสดคือราชา” เพื่อสะสมสภาพคล่อง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า CK Hutchison Holdings Ltd. กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่จากฮ่องกงที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี ลี กาชิง กำลังพิจารณาขายสินทรัพย์ด้านโทรคมนาคมเพิ่มเติม หลังเพิ่งขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือในสหราชอาณาจักรมูลค่า 5,800 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายลดบทบาทในอุตสาหกรรมที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทไม่น่าจะเร่งทำดีลใหม่ในระยะสั้น เพราะต้องการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้สูงที่สุด และยังอาจเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ตามสภาวะตลาด รวมถึงยังเปิดทางเลือกในการนำธุรกิจโทรคมนาคมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น
การขายหุ้น 49% ในกิจการ VodafoneThree ซึ่งเสร็จสิ้นในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการขายสินทรัพย์ใหญ่ครั้งที่สองของ CK Hutchison และบริษัทในเครือในสหราชอาณาจักรภายในปีนี้ รวมมูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงยุทธศาสตร์สะสมเงินสดเพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ แผนขายธุรกิจท่าเรือทั่วโลกมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์ของบริษัทก็กลายเป็นประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้ว ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสะท้อนความพยายามของ Victor Li ในการปรับโครงสร้างอาณาจักรธุรกิจของครอบครัว หลังเข้ารับช่วงต่อจากบิดาในปี 2561 โดยแตกต่างจากยุคของ ลี กาชิง ที่สร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนระยะยาวในธุรกิจท่าเรือ โทรคมนาคม และค้าปลีก ขณะที่ Victor Li ต้องรับมือโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากเทคโนโลยี
นักวิเคราะห์ของ JPMorgan Chase & Co. ระบุในรายงานว่า การขายธุรกิจ VodafoneThree สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ CK Hutchison ที่ต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดให้มากที่สุด เพราะฝ่ายบริหารยังมีมุมมองระมัดระวังต่อเศรษฐกิจโลก และต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนให้เป็นแบบ asset-light มากขึ้น
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 143,700 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นจาก 121,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปีก่อนหน้า
นอกจากการขายท่าเรือแล้ว บริษัทกำลังพิจารณานำธุรกิจค้าปลีกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งอาจระดมทุนได้อย่างน้อย 2,000 ล้านดอลลาร์ หากทุกดีลสำเร็จ CK Hutchison จะลดสัดส่วนการถือครองธุรกิจหลักจำนวนมากที่เคยถือครองมายาวนานหลายทศวรรษ
ปัจจุบัน CK Hutchison ยังดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมในหลายประเทศยุโรป เช่น Italy, Sweden และ Denmark รวมถึงถือหุ้นควบคุมใน Hutchison Telecommunications Hong Kong Holdings ซึ่งให้บริการโทรศัพท์มือถือในฮ่องกงและมาเก๊า อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจในออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านบริษัทร่วมทุน
แม้ธุรกิจโทรคมนาคมยังเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อันดับสองของบริษัท แต่ต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงได้กดดันผลกำไรอย่างหนัก โดยรายได้จากธุรกิจดังกล่าวในปีที่แล้วลดลงมากกว่า 80% หลังหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ตามรายงานประจำปีของบริษัท
อุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และจำเป็นต้องลงทุนอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรองรับเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือรุ่นใหม่
ด้านนักวิเคราะห์จาก CLSA Ltd. ระบุว่า ราคาขายธุรกิจในอังกฤษสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยสูงกว่ามูลค่ากิจการที่ประเมินไว้ถึง 41% และคาดว่าดีลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิและกำไรประจำของ CK Hutchison ในปีนี้
แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะสร้างความไม่แน่นอนให้บริษัทข้ามชาติทั่วโลก แต่ Victor Li เคยกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่า“การเปลี่ยนแปลงที่สร้างความปั่นป่วน” เหล่านี้ก็เปิดโอกาสใหม่เช่นกัน
ที่ผ่านมา CK Infrastructure Holdings Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ พยายามขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในอังกฤษ ทั้งการยื่นซื้อธุรกิจสมาร์ตมิเตอร์ และแสดงความสนใจใน Thames Water แต่ก็ถอนตัวจากการประมูลสถานีก๊าซธรรมชาติเหลวของอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา
แอนดรูว์ ฮันเตอร์ กรรมการบริหารของ CK Infrastructure กล่าวกับผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนเมษายนว่า “Cash is king” หรือ “เงินสดคือสิ่งสำคัญที่สุด” ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความปั่นป่วน พร้อมอธิบายว่าเหตุใดกลุ่ม CK จึงตัดสินใจขายเครือข่ายจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของอังกฤษมูลค่า 10,500 ล้านปอนด์เมื่อต้นปีนี้ โดยระบุว่า การมีเงินทุนจำนวนมากจะช่วยเปิดทางเลือกและโอกาสใหม่ ๆ ให้บริษัทในอนาคต
อ้างอิง : bloomberg.com