โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพงจากสงคราม คืนทุนเร็วจากลดหย่อนภาษี 2 แสน
The Bangkok Insight
อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 02.50 น. • The Bangkok Insightโซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพงจากสงคราม หนุนคืนทุนเร็วจากมาตรการลดหย่อนภาษี 2 แสนบาท
มาตรการลดหย่อนภาษีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่เริ่มประกาศใช้เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สอดรับกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่ผลักดันให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น
จากประกาศพระราชกฤษฎีกา มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.และเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.นั้น ออกมาได้ประจวบเหมาะกับสถานการณ์ที่ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง
มาตรการลดหย่อนภาษีดังกล่าวมีรายละเอียดส าคัญแบ่งออกเป็น 2 มาตรการหลัก ได้แก่
1. มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน (มาตรา 3)
- ผู้ได้รับสิทธิ: บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ใช้สิทธิต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) โดยไม่รวมคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ
- สิทธิลดหย่อน : ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่จ่ายจริงเป็นค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- วงเงิน : ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 2 แสนบาท ต่อหนึ่งระบบ
- ระยะเวลา : ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2571
2. มาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง (มาตรา 4)
- ผู้ได้รับสิทธิ: บุคคลธรรมดา (เฉพาะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5)-(8) เช่น ค่าเช่า, ค่าวิชาชีพอิสระ, ค่ารับเหมา, ค่าธุรกิจพาณิชย์) และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
- สิทธิลดหย่อน : ลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% ของเงินได้ที่จ่ายจริงเป็นค่าใช้จ่ายใน
การลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง - คุณสมบัติอุปกรณ์: ต้องได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาว จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- ระยะเวลา : ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2571
เงื่อนไขสำคัญ : หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขทั่วไป (มาตรา 5)
1. การซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อขอรับสิทธิลดหย่อน ต้องจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่านั้น
2. ต้องได้รับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร
3. ห้ามนำค่าใช้จ่ายที่ได้รับสิทธิลดหย่อนไปขอรับสิทธิ์จากมาตรการอื่นซ้ำซ้อน
4. ห้ามนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปใช้กับกิจการที่ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่แล้ว
สิทธิการลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน (มาตรา 3) ข้างต้นนับเป็นมาตรการสำคัญที่ภาครัฐนำมาใช้เพื่อจูงใจประชาชนทั่วไป ให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และส่งผลให้การลงทุนในโซลาร์รูฟท็อปได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือนในระยะยาว
การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป มีโอกาสคืนทุนได้เร็วขึ้น จากค่าใช้จ่ายที่ลดลงผ่านมาตรการลดหย่อนภาษีที่ออกมา และยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยมาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจะทำให้ครัวเรือนได้รับค่าใช้จ่ายบางส่วนกลับคืนมาหลังยื่นแบบภาษี(ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีของแต่ละบุคคล)
ตัวอย่างเช่น หากติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 กิโลวัตต์ (KWp) จะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งราว 1.1-1.2 แสนบาท และสามารถนำไปยื่นคืนภาษีได้ราว 5,000-2.5 หมื่นบาท โดยเงินที่ได้คืน จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้มากถึง 5%-20% ซึ่งหากเป็นครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูงและต้องติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่มีขนาดกำลังการผลิตมากขึ้น ก็จะมีสิทธิได้รับคืนเงินภาษีที่สูงขึ้นตามค่าใช้จ่ายที่ติดตั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาควบคู่ไปกับราคา LNG ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามระดับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสงคราม โดยการประเมินดังกล่าวได้พิจารณารวมถึงแนวโน้มการขนส่ง LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซและท่อ Yanbu/Fujairah ตลอดจนความ
เสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยหากสงครามสามารถยุติได้ภายในกรอบระยะเวลา 2-3 เดือน ต้นทุน LNG เฉลี่ยในช่วงปี 2569-2573 จะอยู่ที่ราว 9.7 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู และส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.82 บาทต่อหน่วย
แต่หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อและยกระดับความรุนแรงขึ้น จะทำให้ราคาเฉลี่ยของ LNG ในช่วงปี 2569-2573 มีโอกาสปรับเพิ่มสูงขึ้นที่ระดับ 14.9 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู และจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยขึ้นมาอยู่ที่ 4 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้ครัวเรือนต้องแบกภาระค่าไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
มาตรการลดหย่อนภาษีที่เข้ามา ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือนประกอบกับแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสงครามในตะวันออกกลาง ด้วยปัจจัยดังกล่าว จะช่วยเร่งให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปคืนทุนได้เร็วขึ้น โดยปกติการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 KWp สำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้า 2,000-5,000 บาทต่อเดือน จะมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 8 ปี แต่มาตรการลดหย่อนภาษีและภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นทำให้สามารถคืนทุนเร็วขึ้นที่ 7 ปี และถ้าสถานการณ์สงครามรุนแรงขึ้นจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 6 ปี หากครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้าสูงและติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด
ใหญ่ขึ้นก็จะยิ่งคืนทุนได้เร็วขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 KWp สำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้า 5,000-10,000 บาทต่อเดือน โดยปกติจะมีระยะเวลาคืนทุนที่ 7 ปีด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี และภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจึงสามารถคืนทุนได้ใน 6 ปี และหากสถานการณ์สงครามรุนแรงก็มีโอกาสคืนทุนได้ภายใน 4 ปีซึ่งจะเกิดแรงจูงใจให้ครัวเรือนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกันเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดี หากภาครัฐใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ Progressive โดยการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกคิดอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3 บาทต่อหน่วย, สำหรับการใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย คิดอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3.95 บาทต่อหน่วย และสำหรับการใช้ไฟฟ้า 401 หน่วยขึ้นไป คิดอัตราค่าไฟฟ้าที่ 5 บาทต่อหน่วย ดังตารางที่ 2 จะทำให้กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 620 หน่วยขึ้นไปมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยสูงขึ้นตามจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้มากขึ้น เมื่อเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าแบบเดิม
ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าไฟฟ้ารูปแบบใหม่นี้ จะยิ่งช่วยให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูง สามารถคืนทุนได้เร็วขึ้นอีกราว 1-3 เดือน โดยขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้า
การตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปของครัวเรือนยังมีอุปสรรค
อุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้ครัวเรือนยังไม่ตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป อาทิ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การหาผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ และการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการติดตั้ง ซึ่งครัวเรือนสามารถลดอุปสรรคดังกล่าวผ่าน 2 แนวทาง ดังนี้
1. เลือกผู้ให้บริการติดตั้งที่มีทางเลือกด้านเงินทุนและการชำระเงินที่หลากหลาย เพื่อให้
ครัวเรือนมีตัวเลือกในการชำระเงินที่เหมาะกับภาระทางการเงิน อย่างเช่น สินเชื่อเช่าซื้อ
ดอกเบี้ยต่ำที่เป็นทางเลือกใหม่นอกจากสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือดอกเบี้ย 0% ที่ปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งได้เริ่มออกแพ็กเกจดังกล่าวแล้ว แนวทางนี้จะช่วยลดอุปสรรคในการจัดหาแหล่งเงินทุน และเกิดความคุ้มค่ามากขึ้นจากมาตรการลดหย่อนภาษี
2. เลือกผู้ให้บริการติดตั้งที่มีความน่าเชื่อถือจากการเสนอสินค้าและการบริการที่มีการรับประกัน โดยผู้ให้บริการติดตั้งควรมีหลักฐานแสดงถึงความเชี่ยวชาญและคุณภาพการบริการ พร้อมเสนอรายละเอียดผลิตภัณฑ์ราคา การรับประกัน และบริการหลังการขายอย่างชัดเจน โดยคัดเลือกจากบริษัทที่ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจร สามารถประเมินการติดตั้งรวมถึงค่าใช้จ่ายและระยะเวลาคืนทุน ควบคู่กับการแสดงให้เห็นถึงผลงานที่ติดตั้งสำเร็จแล้วพร้อมการรีวิวจากผู้ที่ติดตั้ง เป็นต้น
บทบาทของภาครัฐในการกระตุ้นให้ครัวเรือนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
ขณะที่ภาครัฐอาจพิจารณาออกนโยบายเพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ภาคครัวเรือนตั้งแต่การแก้ไขอุปสรรคที่ฉุดรั้งการตัดสินใจไปจนถึงการกำหนดนโยบายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ได้แก่
1. การเพิ่มกลไกการตรวจสอบและอนุมัติคุณภาพของอุปกรณ์ และผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคสมัครใจ (Voluntary certification program) เพื่อให้ครัวเรือนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสามารถเลือกผู้ให้บริการจากรายชื่อที่ภาครัฐตรวจสอบมาตรฐานแล้ว ทั้งในด้านคุณภาพและราคา เพื่อลดความกังวลของครัวเรือนในการเลือกอุปกรณ์และผู้ให้บริการติดตั้งได้
2. การรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปเข้าระบบ อาทิ การขายไฟฟ้าส่วนเกินในราคาขายปลีก ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะมีเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปรวมทั้งหมด 500 MW และคาดว่าจะเริ่มในเดือนมิ.ย.นี้ แต่เนื่องจากราคารับซื้อไฟฟ้าต่อหน่วยที่รัฐบาลประกาศในระบบ Net billing ยังไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับราคาค่าไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้าฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 4 บาทต่อหน่วย แตกต่างจากระบบ Net metering ที่สามารถหักลบค่าไฟฟ้าได้ในอัตราเดียวกันกับราคาขายปลีก
ดังนั้น จึงทำให้ Net metering อาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและส่งเสริมให้เกิดการวางแผนการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไฟฟ้าส่วนเกินที่ประหยัดได้มาขายคืนให้กับการไฟฟ้าฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือนแล้ว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อระยะเวลาคืนทุนอีกด้วย
อย่างไรก็ดี ในระยะเริ่มต้น ภาครัฐอาจพิจารณานำระบบ Net metering มาทดลองใช้ในพื้นที่ที่มีการใช้โซลาร์รูฟท็อปสูง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขข้อจำกัดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น ปัญหาเรื่องต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าและระบบสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ รวมถึงปัญหาทางเทคนิคจากการปรับปรุงอุปกรณ์และการควบคุมไฟฟ้า ซึ่งข้อสรุปผลจากการทดลองระบบ สามารถนำมาปรับปรุงและต่อยอดไปใช้ในระดับภูมิภาคจนถึงระดับประเทศต่อไป
มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน นับเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของภาครัฐที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
บทวิเคราะห์โดย จิรวุฒิ อิ่มรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- GULF ผนึก ปิดทองหลังพระฯ ติดตั้งระบบสูบน้ำโซลาร์ ยกระดับคุณภาพชีวิต-สร้างรายได้เกษตรกร
- 'เอกนัฏ' ลั่นรับซื้อไม่อั้น ไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป เพิ่มครั้งละ 500 เมกะวัตต์
- 'เอกนัฏ' แจงสภา! หั่นราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 3 บาท พร้อมดัน 'โซลาร์รูฟท็อป'
ติดตามเราได้ที่