“อัจฉราวดี” เปิดใจแรง! ฝากถึง “อนุทิน” นายกฯ ต้องแบกหัวใจ 66 ล้านคน เตือนอย่าหลงอำนาจ–ต้านการเมืองทุจริต
“อัจฉราวดี” เปิดใจแรง! ฝากถึง “อนุทิน” นายกฯ ต้องแบกหัวใจ 66 ล้านคน เตือนอย่าหลงอำนาจ–ต้านการเมืองทุจริต
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า โพสต์เฟสบุ๊กระบุว่า
การเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การได้รับเกียรติยศ แล้วได้มีภาพใส่สายสะพายไว้แปะฝาผนัง แต่มันคือการใช้หัวใจหนึ่งดวง ยืนขึ้นเพื่อแบกน้ำหนักของหัวใจอีก 66 ล้านดวง
..
นายกต้องใช้กำลังใจ กำลังความดีและความหนักแน่นเป็นอันมาก ในการฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อลากเรือประเทศไทยฝ่ามรสุมไปให้ถึงฝั่งได้โดยสวัสดิภาพ
..
อาจารย์เคยเป็นคนที่ไม่อินังขังขอบเรื่องการเมือง กับนายกอนุทินเองก็มองว่า เป็นแค่นักการเมืองในระบบการเมือง “อีกคนหนึ่ง” เท่านั้น
แต่บัดนี้เห็นแล้วว่า การหันหลังให้ กลายเป็นการยอมรับให้การเมืองย่ำยีชาติ จึงหันหน้ากลับมาเผชิญความจริงและสู้เพื่อชาติในมิติที่ทำได้
..
นายกอนุทินอยู่บนเส้นทางการเมืองมานาน ได้เป็นนายกชั่วคราวมาแล้วก็หนึ่งครั้ง แต่ครั้งนี้ คือของจริงที่สุด หินที่สุด แต่ก็สง่างามที่สุด เหมือนบุญมีแต่กรรมก็คอยถาโถม แต่ก็มอบโอกาสให้ได้สร้างบารมี
..
อนุทิน ชาญวีรกูลในวันนี้ คือคนที่ถูกเลือกมาทั้งด้วยโชคชะตาและจากพลังของประชาชน
อนุทินวันนี้จะเห็นพี่น้องสำคัญกว่าชาติไม่ได้
จะเห็นเพื่อนและผู้สนับสนุนพรรคที่มีเงื่อนงำทุจริต สำคัญกว่าประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้
..
อนุทินวันนี้ คือนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ลำดับที่ 33 ของประเทศไทย ผู้ให้สัญญาว่า จะทำตามข้อสั่งการของประชาชน และได้กล่าวคำแถลงนโยบาย 5 ข้อ ที่เมื่ออ่านแล้ว ก็เห็นว่านายกฟังและมีความตั้งใจจะทำเพื่อแก้ปัญหาตามที่ประชาชนเรียกร้อง เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ความมั่นคงและเศรษฐกิจของชาติ
..
แม้จะมีหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งบอกว่า “เป็นนโยบายที่ไม่มีประชาชนอยู่ในหัวใจ” แต่เราก็รู้ว่า เป็นเพียงวาทกรรมหรูๆ ที่ไว้พูดในการอภิปรายเท่านั้น
..
อาจารย์เชื่อมั่นในเจตนารมย์ของนายก เชื่อในความจงรักภักดีต่อสถาบันของนายก แต่ไม่เชื่อมั่นคนข้างๆ ไปจนถึงคนรอบข้าง และไม่ค่อยเชื่อมั่นว่า นายกจะกล้าหาญพอที่จะต้านทานการเมืองเดิมๆ ที่มีการถอนทุน มีการแสวงหาประโยชน์เชิงนโยบายไปจนถึงคอยหาช่องทุจริต ได้หรือไม่
..
นายกต้องไม่ลืมว่า การที่ภูมิใจไทยขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ในครั้งนี้ เป็นเพราะเสียงของปวงชนยอมเปิดทางให้ เพื่อกันไม่ให้พรรคประชาชนได้เสียงข้างมาก มันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
..
นายกต้องไม่ลืมว่า พรรคภูมิใจไทยคือตัวแทนของประชาชนฝั่งสีน้ำเงิน ที่หมายปกปักรักษาสถาบัน
..
การที่ ภท.กระโดดจากการเป็นพรรคขนาดกลางมาเป็นพรรคขนาดใหญ่ ทำให้ ภท.มีลักษณะเหมือนพรรคเฉพาะกิจ ที่สั่งสมฐานเสียงของประชาชนมาไม่เพียงพอ หากพลาด ภูมิใจไทยจะกลับคืนสู่สามัญและอาจตกต่ำแบบพรรค รทสช. ที่ก่อตั้งโดยพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ที่เมื่อหมดอำนาจบัดนี้ก็เหลือแค่ 2 ที่นั่ง
..
นายกอนุทินได้พาภูมิใจไทยขึ้นมาอยู่ในจุดที่ แม้จะสำเร็จสูงสุดแต่ก็เปราะบางที่สุด
หากไม่ทำตามข้อสั่งการของประชาชน พรรคจะถูกตัดตอนเหมือนต้นบอนไซ แล้วความสำเร็จในวันนี้ จะกลายเป็นภาพในอดีตที่เฝ้ารอคอยให้เกิดขึ้นอีกอย่างเจ็บปวด
..
ไม่ว่านับแต่นี้นายกจะเจอแรงกดดันอันทุจริตจากกลุ่มใด ขอให้ตระหนักว่า นายกมีประชาชนที่เดิมพันศรัทธาไว้ หนุนอยู่
ขอให้นายกเผชิญหน้ากับแรงกดดันนั้นอย่างมีสติ ระลึกถึงความรู้สึกของตนในวันแถลงนโยบาย ที่ยืนขึ้นมาใช้หัวใจหนึ่งเดียวแบกหัวใจของประชาชนเรือนล้าน แล้วยกมือขึ้นเหนี่ยวไกพลังความสุจริต พุ่งใส่ไปที่แรงกดดันอันทุจริตต่อประชาชนนั้น
..
ความซื่อสัตย์แม้บางครั้งจะเจ็บปวด แต่จะมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ ให้แก่ผู้ที่กล้าหาญยืนหยัดต่อต้านอำนาจอธรรมเสมอ
ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดมาแล้ว มันไม่มีอะไรที่จะอิ่มใจและงดงามไปกว่า การได้ใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่ เสียสละเพื่อผู้อื่น
..
ขอให้ธรรมะรักษานายกอนุทินและคณะรัฐบาล ขอส่งแรงใจให้ทุกท่านยืนหยัดด้วยความเที่ยงธรรมได้อย่างกล้าหาญ
#อัจฉราวดี #อนุทิน #นายกรัฐมนตรี #การเมืองไทย #ภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #ผู้นำประเทศ #ข่าววันนี้ #ประเด็นร้อน #การเมืองล่าสุด #คอลัมน์การเมือง #มุมมองการเมือง #นักคิด #ข่าวดัง #ThailandPolitics #BreakingNews #ข่าวด่วน #สังคมไทย #เสถียรภาพการเมือง