โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พิพัฒน์ แบ่งงาน 3 รมช. เล็งลุยตั๋วร่วมใบเดียว-ปัดฝุ่นแลนด์บริดจ์ดึงเอกชนลงทุน-ดันรถเมล์ EV

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 12.05 น.

พิพัฒน์ แบ่งงาน 3 รมช. ลุยตั๋วร่วมใบเดียว -ปัดฝุ่น “แลนด์บริดจ์” ดึงเอกชนลงทุน-ดันรถเมล์ EV

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี แถลงข่าว พิธีมอบนโยบายการดำเนินงาน ของกระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่าเพื่อให้การบริหารงานเกิดประสิทธิภาพและตอบสนองนโยบายได้สูงสุด ตนจึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 3 ท่าน เข้ามาช่วยกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ และขยายงานให้ทั่วทุกภูมิภาค ดังนี้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางบก ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท ขนส่ง จำกัด และด้านคมนาคมทางราง ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) และกำกับดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางอากาศ ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด สถาบันการบินพลเรือน บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และกำกับดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

นายสรรเพชญ บุญญามณี กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางน้ำ ได้แก่ กรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และกำกับดูแลพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วน นายพิพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะรับผิดชอบในส่วนของ กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ สำนักปลัดกระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ได้วางแผนผลักดันนโยบายระยะสั้นถึงระยะยาว โดยเฉพาะนโยบาย ‘ตั๋วร่วมใบเดียว’ โดยความคืบหน้าระบบ “ตั๋วร่วม” ขณะนี้พระราชบัญญัติตั๋วร่วมได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว เหลือเพียงการจัดทำกฎหมายลำดับรอง ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติการขนส่งทางรางมีผลบังคับใช้แล้ว โดยเตรียมจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายครั้งแรกในสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายหลักของระบบตั๋วร่วมมีผลแล้ว อยู่ระหว่างเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรองให้ครบภายใน 6 เดือน เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถใช้บัตรโดยสารใบเดียว เชื่อมต่อการเดินทางได้ทุกระบบ ทั้งรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง และเรือ โดยตั้งเป้า ประชาชนใช้บัตรใบเดียวเชื่อมต่อ “รถ-ราง-เรือ” ได้สมบูรณ์แบบในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 พร้อมเตรียมประสานรถโดยสารในซอยและระบบขนส่งรอง ให้วิ่งเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้การเดินทางจาก “หน้าบ้านถึงจุดหมาย” สะดวกและประหยัดที่สุด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคมได้วางกลยุทธ์ “Quick-win” เพื่อเร่งรัดโครงการที่ค้างคา

โดยในระยะที่ 1 จะมุ่งเน้นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เสร็จตามแผน โดยเฉพาะบน ถนนพระราม 2 (M82) และโครงการทางพิเศษพระราม 3 – ดาวคะนอง ซึ่งต้องเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดและไฟฟ้าส่องสว่างให้เพียงพอ ส่วนด้านอีสานเตรียมเปิดทดลองวิ่ง มอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน – ปากช่อง เต็มรูปแบบในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 เพื่อระบายการจราจร

ขณะที่ระยะที่ 2 และ 3 จะเร่งรัดการประกวดราคาและเสนอ ครม. เพื่ออนุมัติโครงการใหม่ๆ อาทิ รถไฟทางคู่ระยะที่ 2, รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงที่ทวีความรุนแรงขึ้น กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องปัดฝุ่นโครงการ แลนด์บริดจ์ (Landbridge) อย่างจริงจัง มองว่า โครงการนี้ จะเป็นทางเลือกเชื่อมการขนส่งจากมหาสมุทรอินเดียสู่มหาสมุทรแปซิฟิกผ่านประเทศไทย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาความคุ้มค่าการลงทุนไว้แล้ว โดยรูปแบบการลงทุน จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) 100% เนื่องจากภาครัฐ ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการลงทุนเองทั้งหมด และต้องมี การเจรจาเบื้องต้นกับกลุ่มผู้ประกอบการจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการบริหารท่าเรือระดับโลก เข้ามาบริหารจัดการท่าเรือ เพื่อยกระดับให้แลนด์บริดจ์เป็นฮับโลจิสติกส์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ จากนโยบายเปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเป็นกรณีพิเศษให้ กระทรวงคมนาคม เร่งปรับตัวด้านพลังงาน หากสิ่งใดสามารถเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นไฟฟ้าได้ ก็ขอให้เร่งดำเนินการทันที โดยเฉพาะองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการเปลี่ยนผ่านสู่รถเมล์ไฟฟ้า (EV) อย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันจะมีการสั่งซื้อรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน ซึ่งมีกำหนดทยอยส่งมอบในเดือนมีนาคม 2570 แต่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตนได้สั่งการให้บริหารจัดการในระยะเร่งด่วน โดยการ “เช่ารถเมล์ไฟฟ้า” จากผู้ประกอบการที่มีรถเหลือใช้งานมาวิ่งให้บริการประชาชนก่อน เพื่อลดมลพิษและต้นทุนค่าน้ำมันในระยะเร่งด่วน ซึ่ง หลังจากการเจรจาเบื้องต้นกับผู้ประกอบการเอกชน พบว่ามีรถเมล์โดยสารไฟฟ้า (EV) เหลืออยู่ประมาณ 800 คัน ซึ่งจะต้องหารือในรายละเอียดเรื่องราคาและเงื่อนไขให้ได้ข้อสรุป เนื่องจากรัฐบาลต้องการเร่งให้ประชาชนเห็นผลโดยเร็ว เพราะหากรอการจัดหาตามขั้นตอนปกติอาจต้องใช้เวลาถึงปีหน้า แต่อย่างก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดจะมีหารือร่วมกับผู้บริหาร ขสมก. ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิพัฒน์ แบ่งงาน 3 รมช. เล็งลุยตั๋วร่วมใบเดียว-ปัดฝุ่นแลนด์บริดจ์ดึงเอกชนลงทุน-ดันรถเมล์ EV

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...