โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อุตุโลกเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้ โลกอาจร้อนอุณหภูมิสูงทุบสถิติ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเผย ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในปลายปี 2026 อาจทำให้เกิดสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเสียสมดุลมากกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกไว้ โดยช่วง 11 ปีที่ผ่านมา เป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดของโลกนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1850

WMO กล่าวว่า โลกของเรากำลังได้รับพลังงานความร้อนมากกว่าที่สามารถระบายออกไปได้มาก ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์

ความไม่สมดุลของพลังงานครั้งนี้ ส่งผลให้อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025 และยังคงทำให้ธารน้ำแข็งบนโลกละลายอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2025 อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มนุษย์จะเริ่มเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณมาก ประมาณ 1.43 องศาเซลเซียส

การเย็นตัวชั่วคราวตามธรรมชาติจากปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) ทำให้ปี 2025 ไม่ร้อนเท่าปี 2024 ซึ่งร้อนกว่า เนื่องจากมีปรากฏการณ์ที่ทำให้โลกร้อนตามธรรมชาติที่เรียกว่าเอลนีโญ (El Nino)

แต่ถึงอย่างนั้นปี 2025 ก็ยังเป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะกล่าวว่าอุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ในช่วงของการคาดการณ์ระยะยาว

นักวิทยาศาสตร์ยังเกรงว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในปลายปี 2026 อาจทำให้เกิดสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ขึ้นอีก

เพื่อตอบสนองต่อรายงานดังกล่าว เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส ได้ย้ำคำเรียกร้องให้ประเทศต่า งๆ เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงของชาติ

“โลกกำลังถูกผลักดันเกินขีดจำกัด ตัวชี้วัดสภาพภูมิอากาศที่สำคัญทุกตัวกำลังส่งสัญญาณสีแดง” กูเตร์เรสกล่าว

WMO ยังชี้ให้เห็นหลักฐานอื่น ๆ อีกมากมายที่แสดงให้เห็นว่า สภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เราเคยเห็นมาก่อน โดยมาตรวัดที่ครอบคลุมที่สุดคือปริมาณพลังงานความร้อนส่วนเกินที่โลกดูดซับไว้

WMO ระบุว่า “ความไม่สมดุลของพลังงาน” นี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยังคงศึกษาหาคำตอบอยู่ว่าทำไมโลกจึงสะสมความร้อนเพิ่มขึ้นมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็มั่นใจว่าก๊าซเรือนกระจกที่ดักจับความร้อน เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) คือต้นเหตุของความไม่สมดุลนี้

WMO กล่าวว่า ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศสูงที่สุดในรอบอย่างน้อย 2 ล้านปี เนื่องจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

พลังงานส่วนเกินที่ถูกดักจับโดยก๊าซเหล่านี้บางส่วนทำให้ชั้นบรรยากาศและพื้นดินร้อนขึ้น รวมถึงทำให้ธารน้ำแข็งบนโลกละลายด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ปี 2024/25 เป็นปีที่ธารน้ำแข็งทั่วโลกประสบกับความเสียหายมากที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะที่น้ำแข็งทะเลบริเวณขั้วโลกทั้งสองอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หรือใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตลอดปี 2025

พลังงานส่วนเกินของโลกกว่า 90% ทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล ก่อให้เกิดพายุรุนแรงขึ้น และทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

WMO กล่าวว่า ความร้อนที่สะสมอยู่ในชั้นบนสุดของมหาสมุทรทั่วโลกที่ระดับความลึก 2 กิโลเมตรพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025 และในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นเร็วกว่าช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ถึง 2 เท่า

ศาสตราจารย์เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าวว่า “กิจกรรมของมนุษย์กำลังรบกวนสมดุลทางธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ และเราจะต้องอยู่กับผลกระทบเหล่านี้ไปอีกหลายร้อยหลายพันปี”

รายงานชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของอุณหภูมิที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศสุดขั้วหลายประเภททวีความรุนแรงขึ้น และเอื้อต่อการแพร่กระจายของโรคต่าง ๆ เช่น ไข้เลือดออก

เรียบเรียงจาก BBC

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ ชี้อิหร่านกำลังสิ้นหวัง ผู้นำระดับสูงหลบอยู่แต่ในบังเกอร์

รัฐบาลอังกฤษรายงาน พบผู้ป่วย “ไข้กาฬหลังแอ่น” แล้ว 29 ราย ไม่มีตายเพิ่ม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตุโลกเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้ โลกอาจร้อนอุณหภูมิสูงทุบสถิติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...