อุตุโลกเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้ โลกอาจร้อนอุณหภูมิสูงทุบสถิติ
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเสียสมดุลมากกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกไว้ โดยช่วง 11 ปีที่ผ่านมา เป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดของโลกนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1850
WMO กล่าวว่า โลกของเรากำลังได้รับพลังงานความร้อนมากกว่าที่สามารถระบายออกไปได้มาก ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์
ความไม่สมดุลของพลังงานครั้งนี้ ส่งผลให้อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025 และยังคงทำให้ธารน้ำแข็งบนโลกละลายอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2025 อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มนุษย์จะเริ่มเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณมาก ประมาณ 1.43 องศาเซลเซียส
การเย็นตัวชั่วคราวตามธรรมชาติจากปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) ทำให้ปี 2025 ไม่ร้อนเท่าปี 2024 ซึ่งร้อนกว่า เนื่องจากมีปรากฏการณ์ที่ทำให้โลกร้อนตามธรรมชาติที่เรียกว่าเอลนีโญ (El Nino)
แต่ถึงอย่างนั้นปี 2025 ก็ยังเป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล
นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะกล่าวว่าอุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ในช่วงของการคาดการณ์ระยะยาว
นักวิทยาศาสตร์ยังเกรงว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในปลายปี 2026 อาจทำให้เกิดสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ขึ้นอีก
เพื่อตอบสนองต่อรายงานดังกล่าว เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส ได้ย้ำคำเรียกร้องให้ประเทศต่า งๆ เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงของชาติ
“โลกกำลังถูกผลักดันเกินขีดจำกัด ตัวชี้วัดสภาพภูมิอากาศที่สำคัญทุกตัวกำลังส่งสัญญาณสีแดง” กูเตร์เรสกล่าว
WMO ยังชี้ให้เห็นหลักฐานอื่น ๆ อีกมากมายที่แสดงให้เห็นว่า สภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เราเคยเห็นมาก่อน โดยมาตรวัดที่ครอบคลุมที่สุดคือปริมาณพลังงานความร้อนส่วนเกินที่โลกดูดซับไว้
WMO ระบุว่า “ความไม่สมดุลของพลังงาน” นี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025
แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยังคงศึกษาหาคำตอบอยู่ว่าทำไมโลกจึงสะสมความร้อนเพิ่มขึ้นมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็มั่นใจว่าก๊าซเรือนกระจกที่ดักจับความร้อน เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) คือต้นเหตุของความไม่สมดุลนี้
WMO กล่าวว่า ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศสูงที่สุดในรอบอย่างน้อย 2 ล้านปี เนื่องจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล
พลังงานส่วนเกินที่ถูกดักจับโดยก๊าซเหล่านี้บางส่วนทำให้ชั้นบรรยากาศและพื้นดินร้อนขึ้น รวมถึงทำให้ธารน้ำแข็งบนโลกละลายด้วย
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ปี 2024/25 เป็นปีที่ธารน้ำแข็งทั่วโลกประสบกับความเสียหายมากที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะที่น้ำแข็งทะเลบริเวณขั้วโลกทั้งสองอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หรือใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตลอดปี 2025
พลังงานส่วนเกินของโลกกว่า 90% ทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล ก่อให้เกิดพายุรุนแรงขึ้น และทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
WMO กล่าวว่า ความร้อนที่สะสมอยู่ในชั้นบนสุดของมหาสมุทรทั่วโลกที่ระดับความลึก 2 กิโลเมตรพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2025 และในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นเร็วกว่าช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ถึง 2 เท่า
ศาสตราจารย์เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าวว่า “กิจกรรมของมนุษย์กำลังรบกวนสมดุลทางธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ และเราจะต้องอยู่กับผลกระทบเหล่านี้ไปอีกหลายร้อยหลายพันปี”
รายงานชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของอุณหภูมิที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศสุดขั้วหลายประเภททวีความรุนแรงขึ้น และเอื้อต่อการแพร่กระจายของโรคต่าง ๆ เช่น ไข้เลือดออก
เรียบเรียงจาก BBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สหรัฐฯ ชี้อิหร่านกำลังสิ้นหวัง ผู้นำระดับสูงหลบอยู่แต่ในบังเกอร์
รัฐบาลอังกฤษรายงาน พบผู้ป่วย “ไข้กาฬหลังแอ่น” แล้ว 29 ราย ไม่มีตายเพิ่ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตุโลกเตือน “เอลนีโญ” ปีนี้ โลกอาจร้อนอุณหภูมิสูงทุบสถิติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com