โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ฝากการบ้านประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ “รวมพลัง-ลดต้นทุน-เร่งรัฐบาล” รับวิกฤตน้ำมัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศึกเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รอบใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนผู้นำองค์กร แต่เป็นจุดชี้ชะตาทิศทางอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางแรงกดดันต้นทุนพลังงานพุ่ง-เศรษฐกิจโลกเปราะบาง บิ๊กเอกชนอดีตผู้นำองค์กรออกโรงสะท้อน “โจทย์ใหญ่” ที่ผู้นำคนใหม่ต้องเร่งรับมือ

การเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ในเดือนเมษายนนี้ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแปรสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบพุ่งสูง สะท้อนผ่านมุมมองของ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. และ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท. ที่ต่างส่งสัญญาณชัดถึง“ภารกิจเร่งด่วน” ของผู้นำคนใหม่ ทั้งการสานต่อนโยบายเดิมและเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

นายเกรียงไกร ระบุว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ส.อ.ท. ได้วางรากฐานผ่านนโยบาย ONE FTI ที่เน้น One Vision- One Team- One Goal สร้างเอกภาพทั้ง 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และกำหนดทิศทางเดียวกัน ควบคู่กับการขับเคลื่อน “4 GO Strategy” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต โดยเฉพาะการเร่ง Transform จาก OEM ไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ซึ่งผู้นำคนใหม่ต้องเดินหน้าต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาโมเมนตัมที่กำลังได้รับการยอมรับจากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ

“4 GO Strategy ต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้ง Go Digital & AI - Go Innovation - Go Global และ Go Green”

นายเกรียงไกร ย้ำว่า ทิศทางดังกล่าวเป็นกุญแจสำคัญในการพาเอสเอ็มอีไทยเข้าแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในจังหวะที่ไทยกำลังได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของต่างชาติ (FDI) ในปีที่ผ่านมาที่มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นโอกาสทอง ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งคว้า

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง จากการคาดการณ์ GDP ที่ขยายตัวเพียง 1.6-1.7% ประกอบกับผลกระทบจากสงครามที่ดันราคาพลังงานและวัตถุดิบพุ่งสูง โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกและแนฟทา รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ทั้งนี้กลุ่ม SME โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เม็ดพลาสติกกำลังเผชิญแรงกดดันหนัก ต้นทุนเพิ่มขึ้น 50-70% ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังบรรจุภัณฑ์ อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้า 8-10% และค่าขนส่งเพิ่มอีก 20-25%

นายเกรียงไกร ยังชี้ว่า โจทย์เร่งด่วนที่สุดที่ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ต้องเร่งประสานรัฐบาล คือการแก้ปัญหาราคาพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูง เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชนและความสามารถแข่งขันของภาคธุรกิจ เพราะหากพลังงานแพง และวัตถุดิบขาดสินค้าเตรียมดาหน้าขึ้นราคาแน่นอน

พร้อมกันนี้เสนอให้รัฐพิจารณามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และเพิ่มสภาพคล่องให้ SME เพื่อรักษาการจ้างงาน ขณะที่ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งต้องบริหารอย่างระมัดระวัง

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี มองว่า สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือ เอกภาพภายในองค์กร ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ผู้นำคนใหม่ต้องสามารถรวมทุกฝ่ายให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังถาโถม ซึ่งส.อ.ท.ต้องเป็นหนึ่งเดียว และรวมทุกฝ่ายแม้เคยแข่งขันกัน นอกจากนี้ ส.อ.ท. ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนเสียงเอกชนอย่างแท้จริง โดยใช้ศักยภาพของ 48 กลุ่มอุตสาหกรรม เสนอแนวทางเชิงนโยบายให้ภาครัฐนำไปปฏิบัติได้จริงและตรงจุด

ในมุมเศรษฐกิจ ประเมินว่า ภาคอุตสาหกรรมปีนี้ลำบากมาก จากแรงกดดันทั้งสงครามและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนพุ่งและกำลังซื้อชะลอ ซึ่งขอเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการควบคุมราคาพลังงาน โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งถือเป็นทางออกหลักในระยะสั้น แม้รัฐต้องสูญเสียรายได้ แต่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจโดยรวมไม่ให้ทรุดหนัก

ขณะเดียวกันเสนอให้เร่งสนับสนุนพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ในภาคอุตสาหกรรม ผ่านมาตรการภาษี เพื่อช่วยลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกันนี้เรียกร้องให้ภาคเอกชนรายใหญ่เสียสละลดกำไรบางส่วน เพื่อช่วยประคอง SME ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...