โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมนยูลุ้นปาดหน้าลิเวอร์พูล – เกมอาจชี้ชะตาศึกแย่งแชมป์ยุคใหม่

Soccersuck

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Soccersuck

Manchester Evening News รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังมองไปถึงการกวาดชัยเหนือ ลิเวอร์พูล แบบไป-กลับในสุดสัปดาห์นี้ โดยมีเดิมพันสำคัญต่อภาพรวมของสองสโมสรที่เคยเป็นมหาอำนาจของพรีเมียร์ลีก

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แฟนบอลยูไนเต็ดต้องเจ็บปวดทั้งจากการที่ทีมตัวเองถอยห่างจากกลุ่มหัวตาราง และยังต้องเห็นลิเวอร์พูลขึ้นมาแทนที่ในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของฤดูกาล 2021/22 ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกกลับมาแย่งแชมป์จากลิเวอร์พูลได้อย่างดราม่า ซึ่งถูกเฉลิมฉลองกันในฝั่งกองเชียร์ทีมเยือนที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ก

แม้บางฤดูกาลลิเวอร์พูลจะพลาดแชมป์ในช่วงโค้งสุดท้าย หรือฟอร์มหลุดอย่างน่าเสียดาย แต่ก็มีถึงสองฤดูกาลที่พวกเขาปิดจ๊อบคว้าแชมป์ลีกกลับไปที่แอนฟิลด์ ทำให้จำนวนแชมป์ลีกของทั้งสองสโมสรเท่ากันที่ 20 สมัย

สิ่งที่ทำให้เกมนี้ยิ่งน่าสนใจคือสถานการณ์เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ตอนนั้นลิเวอร์พูลเพิ่งทุ่มเงิน 446 ล้านปอนด์เสริมทัพ ขณะที่ยูไนเต็ดจบอันดับ 15 และมือเปล่า หลายคนจึงมองว่าทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์กำลังได้เปรียบอย่างชัดเจน แต่ความจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะการลงทุนครั้งใหญ่ของลิเวอร์พูลกลับสะดุด ขณะที่ยูไนเต็ดเริ่มเห็นผลลัพธ์จากการปรับทีมเกมรุกอย่างชัดเจน

ยูไนเต็ดใช้เงิน 206.5 ล้านปอนด์คว้า มาเตอุส คุนญา จากวูล์ฟแฮมป์ตัน, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ จากเบรนท์ฟอร์ด และ เบนยามิน เชชโก้ จากแอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งทั้งสามคนต่างฝากผลงานน่าพอใจในฤดูกาลแรกที่แมนเชสเตอร์ และดูมีอนาคตต่อยอดได้อีกมาก ทว่าคนที่อาจโดดเด่นที่สุดกลับเป็นผู้รักษาประตูค่า 18.2 ล้านปอนด์อย่าง เซนเน่ ลัมเมนส์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นดีลคุ้มค่าที่สุดของพรีเมียร์ลีกในเชิงความคุ้มราคา

ความสำเร็จของลิเวอร์พูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดจากการคัดเลือกนักเตะที่แม่นยำ พวกเขาเคยทุ่มหนักกับ อลิสซอน และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งเป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตูและกองหลังในเวลานั้น ก่อนที่ทั้งสองจะพิสูจน์คุณค่าได้อย่างคุ้มราคา รวมถึงการดึง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาด้วยค่าตัวระดับกลาง แต่สร้างแนวรุกที่อันตรายอย่างยิ่ง

ในทางกลับกัน ยูไนเต็ดเคยขาดแผนงานด้านการเสริมทัพที่ชัดเจน ลองผิดลองถูกไปเรื่อย และมอบอำนาจในตลาดซื้อขายให้ผู้จัดการทีมหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ภายใต้การทำงานของ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล และ คริสโตเฟอร์ วิเวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหา สโมสรมีแนวทางที่เป็นระบบมากขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านข้อมูลที่ช่วยให้พวกเขาไล่ตามลิเวอร์พูลในจุดนี้ได้ใกล้ขึ้น

การเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา รวมถึงการเซ็นสัญญา อายเดน เฮเว่น และ แพทริก ดอร์กู ในเดือนมกราคม 2025 สะท้อนให้เห็นว่ามีความก้าวหน้าเกิดขึ้นจริง และหากแนวโน้มนี้เดินหน้าต่อไป มันอาจเปลี่ยนอนาคตของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างมาก ที่แอนฟิลด์ พวกเขาคงหวังว่าฤดูกาลนี้จะเป็นเพียงข้อยกเว้น และดีลใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ของ วิร์ตซ์ กับ อิซัค จะไม่กลายเป็นสัญญาณของการตัดสินใจผิดพลาด

ไม่มีสโมสรใดรับความผิดพลาดจากการซื้อผู้เล่นค่าตัวเก้าหลักได้ และตอนนี้ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญกับความจริงข้อนั้นอยู่ แม้ทุกอย่างยังเร็วเกินไปและนักเตะเหล่านั้นอาจเรียกฟอร์มกลับมาได้ แต่สำหรับตอนนี้เป็นฝั่งยูไนเต็ดที่ดูเหมือนมีความได้เปรียบในงานสรรหานักเตะ และในศึกชิงแชมป์สมัยที่ 21 นั่นอาจเป็นจุดชี้ขาดสำคัญเลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...