โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลิกทำตามฟีล มาทำตาม DATA เหตุผลที่ ATIPA แบรนด์แฟชั่นไทย จับทางถูกจนยอดขายพุ่ง

TODAY

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 10.41 น. • TODAY

รูปแบบการขายเปลี่ยนไปตามจังหวะเวลา แต่ก่อนการขายเสื้อผ้าแฟชั่นมักพึ่งพาหน้าร้านในห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าส่ง เวลาผ่านไปก็ขยับมาเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่ตอนนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การขายของบนโซเชียลมีเดียคอมเมิร์ซกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้แบรนด์ใหม่ ๆ มีโอกาสแจ้งเกิดได้รวดเร็วกว่าที่เคย เพราะผู้บริโภคสามารถดูไอเดียการแต่งตัวจากคอนเทนต์บน TikTok ระหว่างไถฟีด หรือแม้แต่การเข้าไปดู ไลฟ์สดขายสินค้า ที่เกิดขึ้นแทบตลอดทั้งวัน รวมถึงรูปแบบการขายแบบ “ปักตะกร้า” ที่เปลี่ยนคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจให้กลายเป็นหน้าร้านได้ทันที

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ATIPA แบรนด์เสื้อผ้าไทยที่ใช้ TikTok เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาด จนสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตกว่า 300%

TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ‘อติภายิ์ คงคาลัย’ (เฟิร์น) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ATIPA ซึ่งเฟิร์นได้เล่าทริคการทำธุรกิจฉบับแบรนด์แฟชั่นโตแรงใน TikTok ให้ฟัง

[ เริ่มต้นแบรนด์จากขายมือสอง ลงทุนสร้างแบรนด์ด้วยสไตล์เสื้อผ้าที่เป็นตัวเอง ]

‘เฟิร์น’ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ว่า เมื่อประมาณ 14 ปีก่อน เธอเริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้าจากการนำเสื้อผ้ามือสองของตัวเองมาขาย เพื่อหาเงินไว้ท่องเที่ยว โดยขายผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ

เมื่อสินค้าขายดีขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงเริ่มไปรับสินค้าจากแหล่งค้าส่งมาจำหน่ายเพิ่มเติม แต่ก็ยังเจอปัญหาสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น การไปรับของจากประตูน้ำแต่สินค้าหมดอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายแบรนด์จึงตัดสินใจเริ่มผลิตสินค้าเอง และสร้างโรงงานของตัวเองขึ้นมา เพื่อควบคุมทั้งคุณภาพและปริมาณสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า และหยิบชื่อจริงของตัวเองมาตั้งแบรนด์ ‘ATIPA’

ช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำแบรนด์ก็ผลิตสินค้าออกมาในสไตล์ของตัวเอง นั่นก็ไตล์ที่เน้นความ “เปรี้ยวมาก” และมีความ “แซ่บ” ซึ่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เป็นสาวปาร์ตี้หรือคุณแม่ที่ชอบแต่งตัวให้ดูทันสมัย เพราะในช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว เสื้อผ้าสไตล์นี้ถูกมองว่า “แหวก” เน้นการโชว์สัดส่วนหรือดีไซน์ที่กล้ากว่าปกติ จนอาจถูกตำหนิแต่เธอก็เลือกที่จะทำเพราะความชอบส่วนตัวที่อยากใส่เสื้อผ้าแนวนี้

“ถ้าย้อนกลับไป 10 กว่าปีอ่ะ คือแหวกอย่างงี้ไม่ได้นะ โดนด่าเลยนะ แล้วทีนี้เราอยากจะใส่ เราชอบ ทำยังไงดี ทำเองเลย” เฟิร์น กล่าว

[ เลิกทำงานตามความรู้สึก มาทำงานตาม DATA ]

‘เฟิร์น’ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของ ATIPA เกิดขึ้นเมื่อแบรนด์เริ่มเข้าสู่แพลตฟอร์ม TikTok อย่างจริงจัง ก่อนหน้านั้นเจ้าของแบรนด์ยอมรับว่าการทำธุรกิจส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วย “ความรู้สึก” เป็นหลัก

แต่เมื่อเริ่มใช้ TikTok ก็หันมาให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลหลังบ้าน” (Data) มากขึ้น โดยมีสามีคอยช่วยวิเคราะห์ตัวเลขต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจในทุกขั้นตอนของธุรกิจ

ในด้านคอนเทนต์ ATIPA เลือกใช้วิธีเล่าเรื่องที่เน้น “ความเรียล” หรือความจริงใจ ไม่เน้นการตัดต่อที่ซับซ้อน แต่สื่อสารตัวตนของแบรนด์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกใกล้ชิดและเกิดความเชื่อใจ

“วิธีการเล่าเรื่องของ ATIPA จะมีมีความเรียลมาก เราจะไม่ตัดต่ออะไรเยอะเลย เล่าทุกอย่างเกี่ยวกับความเรียลที่เราเจอที่เราเป็น” เฟิร์นกล่าว

จนแบรนด์กลายเป็นตัวเลือกแรกเมื่อลูกค้านึกถึงการซื้อเสื้อผ้า ขณะเดียวกันความตรงไปตรงมาในการรับมือกับดราม่าหรือปัญหาต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าแน่นแฟ้นขึ้น

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการใช้ฟีเจอร์ของ TikTok อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการ Live ที่แบรนด์ทำตลอดทั้งวัน เพื่อเข้าถึงลูกค้าในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เช้า กลางวัน ไปจนถึงเย็น แนวทางนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นและการขาย จนปัจจุบันรายได้กว่า 80% ของแบรนด์มาจากแพลตฟอร์ม TikTok

“ตอนเช้าก็คนใหม่ กลางวันก็คนใหม่ เย็นก็คนใหม่ เราจะปล่อยให้ร้านอื่นได้ไงล่ะ ก็เลยตักตวงหมดเลย” เฟิร์น กล่าว

ผลลัพธ์คือการเติบโตที่ก้าวกระโดด หลังจากทำ TikTok อย่างจริงจังราว 3 ปี ยอดขายของแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 300–400% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม และในปีที่ผ่านมา ATIPA ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้มากกว่า 100% ต่อปี

นอกจากนี้ การขยายไซส์เสื้อผ้าจากเดิมที่มีเพียงถึง XL ไปจนถึง 6XL ยังช่วยเพิ่มขนาดคำสั่งซื้อเฉลี่ยต่อบิล จากเดิมหลักร้อยบาทเป็นหลักพันถึงสองพันบาทในปัจจุบัน

ในด้านสินค้าและการตลาด ATIPA ใช้กลยุทธ์ผสมผสาน โดยแบ่งสินค้า 90% เป็นกลุ่ม Timeless หรือแนวเบสิคที่เน้นคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า และอีก 10% เป็นสินค้า Fast Fashion ที่เกาะกระแส

พร้อมทั้งใช้ดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีภาพลักษณ์สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ เพื่อสร้างกระแสและเสริมภาพลักษณ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

[ ต่อยอดสินค้า พร้อมเปิดหน้าร้าน ]

อย่างไรก็ตาม ทิศทางในอนาคตของ ATIPA ถูกวางไว้เพื่อขยายการเติบโตในหลายมิติ ทั้งด้านสินค้า ช่องทางการขาย และประสบการณ์ของลูกค้า โดยเริ่มจากการขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น มีเตรียมเปิด ATIPA Men เสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ชายและสามีของลูกค้าเดิม

ขณะเดียวกันยังเตรียมบุกตลาดความงามผ่าน ATIPA Beauty ออกผลิตภัณฑ์แผ่นมาส์กหน้า ซึ่งเป็นสินค้าที่เจ้าของแบรนด์ใช้จริงและตั้งเป้ายอดขายไว้ถึง 1 ล้านชิ้นภายในปีนี้

มีแผนพัฒนาสินค้าอื่นๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวมากขึ้น เช่น กลุ่มแม่และเด็ก รวมถึงการต่อยอดสินค้า Activewear ที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยยังคงเอกลักษณ์สไตล์สายฝอที่สามารถใส่ได้ทั้งออกกำลังกายหรือใส่ในชีวิตประจำวัน

ในด้านช่องทางการตลาดและการขยายธุรกิจ ATIPA มีแผนเปิด หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าและสร้างประสบการณ์ใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเริ่มขยายตลาดต่างประเทศผ่าน TikTok Shop ไปยังสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ โดยมีการตั้งทีมงานดูแลในต่างประเทศโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ATIPA ยังมีแผนยกระดับการบริการลูกค้าให้มากขึ้น เช่น การให้บริการ ปรับแก้ทรงหรือตัดขาเสื้อผ้าฟรี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปแล้วแต่ใส่ไม่พอดี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มความผูกพันกับแบรนด์ ในภาพรวมแบรนด์ยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ 100% อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าบริหารธุรกิจควบคู่กับการใช้ Data วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ

“พอเป็นวงการแฟชั่นน่ะ มันหยุดนิ่งไม่ได้ เราต้องทำงานควบคู่ไปกับ Data และความชอบของลูกค้า” เฟิร์น กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...