โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเตือน! 10 อาหารสุดอันตราย ทำร้ายหลอดเลือด เสี่ยงโรคร้าย หลายคนกินประจำ

News In Thailand

เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • oum
หมอเตือน! 10 อาหารสุดอันตราย ทำร้ายหลอดเลือด เสี่ยงโรคร้าย หลายคนกินประจำ

วันที่ 16 เม.ย. 69 ทาง นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเมนูอาหารสุดอันตราย ส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด โดยระบุว่า ระวังตายผ่อนส่ง! 10 อาหารไทย & นานาชาติ ทำร้ายหลอดเลือด ความดันพุ่ง เลือดหนืดข้น อาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน กำลังเปลี่ยนเลือดของเราให้หนืดข้นเหมือนน้ำเชื่อม เมื่อเลือดหนืดข้น หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อปั๊มเลือดผ่านหลอดเลือดที่เต็มไปด้วยไขมัน ทำให้ความดันโลหิตพุ่งกระฉูด และเสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดสมองแตกหรือหัวใจวายเฉียบพลัน

วันนี้หมอขอชำแหละ 10 เมนูอันตรายยอดฮิต พร้อมให้ “สูตรอาหารเหรียญทอง” ที่ใช้ทดแทนกันได้ เพื่อทะลวงหลอดเลือดและลดความเสี่ยงโรคร้ายระดับเซลล์ครับ

10 อาหารอันตราย & “สูตรเหรียญทอง” ทะลวงหลอดเลือด

1.ผัดไทย / หอยทอด (Pad Thai / Fried Mussel Pancake)

ทำไมถึงอันตราย : เมนูนี้คือการรวมตัวของแป้งขัดขาว น้ำตาลทรายมหาศาล และน้ำมันพืชที่ทอดซ้ำด้วยความร้อนสูง ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ด (Blood Sugar Spike) อินซูลินทำงานหนักจนเกิดการอักเสบในหลอดเลือดครับ

สูตรเหรียญทองทดแทน : “ยำวุ้นเส้นเห็ดรวม หรือ เส้นแก้วผัดกุ้ง” เปลี่ยนจากแป้งทอดมาเป็นเส้นที่กากใยสูงและแคลอรี่ต่ำ ได้รสชาติจัดจ้านแต่ไม่เพิ่มความหนืดให้เลือด หากใครเผลอทานคาร์บเยอะ การเสริมสารสกัดอย่าง เบอร์เบอรีน (Berberine) จะเข้าไปสับสวิตช์เอนไซม์ AMPK ช่วยคุมระดับน้ำตาลและลดภาวะดื้ออินซูลินได้ดีเยี่ยมครับ

2.เบเกอรี่ พาย ครัวซองต์ (Bakery & Pastries)

ทำไมถึงอันตราย : ความหอมกรุ่นแลกมาด้วย “ไขมันทรานส์” (จากมาการีนและเนยขาว) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและตัวการที่ทำให้คอเลสเตอรอลเลว (LDL) พุ่งสูงจนไปพอกผนังหลอดเลือดให้แข็งกระด้าง

สูตรเหรียญทองทดแทน : “ขนมปังโฮลวีต 100% ปิ้งทาอะโวคาโด” อะโวคาโดมีกรดไขมันดี (MUFA) ที่ช่วยกวาดล้างไขมันเลว และหากต้องการดับไฟอักเสบในหลอดเลือดอย่างเร่งด่วน การเสริม โอเมก้า 3 (High EPA) คือนักดับเพลิงชั้นยอดที่เซลล์ต้องการครับ

3.ชาไข่มุก และ กาแฟ 3-in-1 (Boba Tea & 3-in-1 Coffee)

ทำไมถึงอันตราย : ครีมเทียมผสมกับน้ำเชื่อมฟรุกโตสสกัด คือยาพิษของตับและหลอดเลือด! ฟรุกโตสจะถูกเปลี่ยนเป็น “กรดยูริก” ซึ่งไปทำลายเยื่อบุหลอดเลือดโดยตรง ทำให้ความดันโลหิตพุ่งทะลุปรอท

สูตรเหรียญทองทดแทน : “มัทฉะออร์แกนิคเพียว” เปลี่ยนมาดื่มมัทฉะเพื่อรับสารต้านอนุมูลอิสระ EGCG ที่ช่วยปกป้องหลอดเลือด (ย้ำกฎเหล็ก! มัทฉะสูตรหมอโอ๊ค ห้ามลาเต้ ต้องชงกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเท่านั้น ห้ามใส่นมและน้ำตาลโดยเด็ดขาดครับ)

4.หมูกรอบ / คอหมูย่าง (Crispy Pork / Grilled Pork Neck)

ทำไมถึงอันตราย : ไขมันอิ่มตัวจากหนังสัตว์ที่โดนความร้อนสูง จะเกิดสารเร่งแก่ (AGEs) เข้าไปทำลายคอลลาเจนในหลอดเลือด ทำให้เลือดข้นและหลอดเลือดเปราะแตกง่าย

สูตรเหรียญทองทดแทน : “เต้าหู้ผัดน้ำใส่ไข่และเนื้อไม่ติดมัน หรือ เทมเป้ต้ม” ให้รสสัมผัสที่ดี อิ่มท้อง แต่ปราศจากคอเลสเตอรอล 100% การเลือกใช้ โปรตีนพืชสะอาด จะช่วยลดภาระกรดในเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้โล่งสบายครับ

5. พิซซ่าหน้าเนื้อสัตว์แปรรูป (Processed Meat Pizza)

ทำไมถึงอันตราย : แป้งขัดขาวบวกกับไส้กรอก แฮม เปปเปอโรนี ที่อุดมไปด้วย “ไนเตรตและโซเดียมมหาศาล” ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ความดันพุ่ง และสารกันบูดไปขูดขีดหลอดเลือดให้เป็นแผล

สูตรเหรียญทองทดแทน : “พิซซ่าแป้งดอกกะหล่ำ (Cauliflower Crust) หน้าเห็ดและผัก” ได้กากใยสูงและลดโซเดียมลงได้กว่าครึ่ง และเพื่อซ่อมแซมแผลในหลอดเลือด ร่างกายต้องการ วิตามินบี (Methylated B Vitamins – ฟอร์มพร้อมใช้งาน) ไปช่วยตับสลายสารพิษโฮโมซีสเตอีนทิ้งครับ

6.แกงกะทิแตกมัน เช่น แกงเขียวหวาน (Rich Coconut Curries)

ทำไมถึงอันตราย : กะทิเคี่ยวแตกมันผสมกับน้ำตาลปี๊บและน้ำปลาเค็มจัด คือระเบิดเวลาของระบบไหลเวียนเลือด ไขมันอิ่มตัวที่สูงลิ่วจะไปจับตัวกับหินปูน ทำให้หลอดเลือดตีบตัน

สูตรเหรียญทองทดแทน : “แกงเลียงผักรวม หรือ ต้มยำน้ำใส” อุดมด้วยสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่ช่วยขยายหลอดเลือด และเพื่อป้องกันไม่ให้แคลเซียมไปเกาะตามผนังหลอดเลือด ต้องเสริม วิตามิน D3 + K2 คู่กันเสมอ เพื่อต้อนแคลเซียมกลับเข้ากระดูกครับ

7.เฟรนช์ฟรายส์ / มันฝรั่งทอดกรอบ (French Fries & Potato Chips)

ทำไมถึงอันตราย : มันฝรั่งทอดมีค่าดัชนีน้ำตาลสูงปรี๊ด และอุดมไปด้วยน้ำมันที่ถูกออกซิไดซ์ ทำให้เกิดภาวะ Oxidative Stress โจมตีเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง

สูตรเหรียญทองทดแทน : “ถั่วแระญี่ปุ่นต้ม หรือ ถั่วลูกไก่อบ” ของว่างที่มีไฟโตสเตอรอลช่วยลดไขมัน หากใครที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนล้า การเสริม โคเอนไซม์ คิวเท็น (Ubiquinol) จะช่วยเติมพลังงาน (ATP) ให้ไมโทคอนเดรียของเซลล์หัวใจกลับมาสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นครับ

8.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Instant Noodles)

ทำไมถึงอันตราย : เส้นทอดน้ำมันบวกกับผงปรุงรสที่มีโซเดียมทะลุ 1,500 mg ต่อซอง! โซเดียมระดับนี้จะดึงน้ำเข้าหลอดเลือดทันที ทำให้ความดันโลหิตสวิงพุ่งอย่างรุนแรง

สูตรเหรียญทองทดแทน : “บะหมี่ผักต้ม (Moroheiya) ใส่อกไก่และผักใบเขียว” เปลี่ยนเส้นทอดเป็นเส้นกากใยสูง และเสริม แมกนีเซียม เพื่อบล็อกความตึงเครียดของกล้ามเนื้อผนังหลอดเลือด ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัวและลดความดันอย่างเป็นธรรมชาติครับ

9.ซุปครีมข้น / ซุปข้าวโพด (Heavy Cream Soups)

ทำไมถึงอันตราย : แม้จะดูเป็นเมนูสุขภาพ แต่ซุปเหล่านี้ใส่เนย แป้ง และเฮฟวี่ครีมมหาศาล ทำให้เลือดหนืดข้นและระบบเผาผลาญพัง

สูตรเหรียญทองทดแทน : “ซุปมิโซะใส่เต้าหู้อ่อน” ได้โปรไบโอติกส์บำรุงลำไส้ แคลอรี่ต่ำ และเพื่อให้ระบบเผาผลาญกลับมาทำงานเต็มร้อย การทำเวทเทรนนิ่ง และการเสริม ครีเอทีน ทำให้เพื่อนๆ อาจจะยกได้หนักขึ้น อาจจะออกแรงได้เยอะขึ้น เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อให้เป็นเตาเผาน้ำตาลและไขมันที่ทรงพลังครับ

10.อาหารกล่องแช่แข็ง (Frozen Ready Meals)

ทำไมถึงอันตราย : ขาดกากใยอาหารโดยสิ้นเชิง แต่เต็มไปด้วยโซเดียมแฝงและสารกันบูด ทำให้จุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ตาย ส่งผลให้สารพิษซึมเข้ากระแสเลือด (Leaky Gut)

สูตรเหรียญทองทดแทน : “อาหารทำสดใหม่ เน้นผักสด 50% ของจาน” หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ในวันที่เร่งรีบ ให้ดื่มกากใย ไซเลี่ยมฮัสค์ (Psyllium Husk) ก่อนมื้ออาหาร 15 นาที เพื่อให้ไฟเบอร์ไปกางตาข่ายซับน้ำดีและของเสียในลำไส้ ขับสารพิษทิ้งทางอุจจาระครับ เพื่อนๆ ครับ “วิถีชีวิตกำหนดอายุขัยของเรา” การลดความเสี่ยงโรคร้ายเริ่มต้นที่ปลายช้อนส้อมในทุกๆ มื้อ หันมาทานอาหารธรรมชาติ ไม่แปรรูป แล้วเซลล์หลอดเลือดของคุณจะกลับมาเด็กและแข็งแรงอีกครั้งครับ ทำทันที สุขภาพเปลี่ยนทันทีครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...