โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมผู้ค้าปลีก ดัน 3 มาตรการรับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.05 น.

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เดินหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ชู 3 มาตรการลดค่าครองชีพ เสนอแผนระยะ 60 วัน 12 เดือน และ 3 ปี รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง ผนึกพาณิชย์ตั้งทีมเฉพาะกิจติดสถานการณ์

วันที่ 26 มี.ค.2569 นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานที่มีผลต่อราคาสินค้า

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนมาตรการระยะสั้น กลาง และยาวโดยในระยะเร่งด่วนประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าโครงการ“ไทยช่วยไทย” เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเร่งด่วนระดมสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นโดยเฉพาะ สินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือก(Second-tier Brand) ที่มีคุณภาพของห้างร้านในกลุ่มสมาชิกและเครือข่ายกว่า 5,000 รายการมาจำหน่ายในราคาประหยัดผ่านช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ

“โครงการ “ไทยช่วยไทย” จะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ครอบคลุมระยะเวลา 2 เดือนมุ่งเน้นการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดทั่วประเทศ อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านปริมาณสินค้า”

อีกทั้งยืนยันว่ามีการบริหารจัดการสต็อกอย่างเพียงพอและบริหารความเสี่ยงของการปรับขึ้นราคาได้ในระยะสั้นโดยอาศัยความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานใน ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯเล็งเห็นว่าการดูแลค่าครองชีพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จึงขอเสนอมาตรการ 3 ระยะดังนี้

1. ระยะสั้น – ประคองราคา (ช่วง 60 วันแรก) เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ–เอกชน ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมผู้ส่งปลีกไทย ผู้ผลิตผู้จัดจำหน่ายโดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานต้นทุนขนส่ง และความเสี่ยงด้านอุปทานสินค้า เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารสต๊อกดูแลราคาสินค้าได้อย่างทันท่วงที กำหนด “ตะกร้าสินค้าจำเป็นราคาประหยัด (สินค้าธงฟ้า)” มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีกทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัดเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นเหล่านี้ในราคาที่เหมาะสม

2. ระยะกลาง – ลดต้นทุน (ช่วง 60 วัน – 12 เดือน) กำหนดการจัดกลุ่มสินค้าเป้าหมายอย่างชัดเจน แบ่งเป็น สินค้าจำเป็นสูง ,สินค้าจำเป็นที่มีสินค้าทดแทนได้ แยกออกจากสินค้าทั่วไปเพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการดูแลความเหมาะสมของราคาและความพร้อมของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการและตรงตามกลุ่มเป้าหมาย เสนอให้มีมาตรการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคและต่างจังหวัดเพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง

3. ระยะยาว – ปรับโครงสร้าง (ช่วง 1-3 ปี) เสนอให้ยกระดับโครงสร้างระบบค้าปลีกและโลจิสติกส์ของประเทศโดยพัฒนาเครือข่ายกระจายสินค้าในระดับภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต็อกและการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีในทุกพื้นที่ ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมดูแลค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบการค้าและเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...