สมาคมผู้ค้าปลีก ดัน 3 มาตรการรับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เดินหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ชู 3 มาตรการลดค่าครองชีพ เสนอแผนระยะ 60 วัน 12 เดือน และ 3 ปี รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง ผนึกพาณิชย์ตั้งทีมเฉพาะกิจติดสถานการณ์
วันที่ 26 มี.ค.2569 นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานที่มีผลต่อราคาสินค้า
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนมาตรการระยะสั้น กลาง และยาวโดยในระยะเร่งด่วนประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าโครงการ“ไทยช่วยไทย” เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเร่งด่วนระดมสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นโดยเฉพาะ สินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือก(Second-tier Brand) ที่มีคุณภาพของห้างร้านในกลุ่มสมาชิกและเครือข่ายกว่า 5,000 รายการมาจำหน่ายในราคาประหยัดผ่านช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ
“โครงการ “ไทยช่วยไทย” จะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ครอบคลุมระยะเวลา 2 เดือนมุ่งเน้นการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดทั่วประเทศ อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านปริมาณสินค้า”
อีกทั้งยืนยันว่ามีการบริหารจัดการสต็อกอย่างเพียงพอและบริหารความเสี่ยงของการปรับขึ้นราคาได้ในระยะสั้นโดยอาศัยความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานใน ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯเล็งเห็นว่าการดูแลค่าครองชีพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จึงขอเสนอมาตรการ 3 ระยะดังนี้
1. ระยะสั้น – ประคองราคา (ช่วง 60 วันแรก) เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ–เอกชน ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมผู้ส่งปลีกไทย ผู้ผลิตผู้จัดจำหน่ายโดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานต้นทุนขนส่ง และความเสี่ยงด้านอุปทานสินค้า เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารสต๊อกดูแลราคาสินค้าได้อย่างทันท่วงที กำหนด “ตะกร้าสินค้าจำเป็นราคาประหยัด (สินค้าธงฟ้า)” มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีกทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัดเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นเหล่านี้ในราคาที่เหมาะสม
2. ระยะกลาง – ลดต้นทุน (ช่วง 60 วัน – 12 เดือน) กำหนดการจัดกลุ่มสินค้าเป้าหมายอย่างชัดเจน แบ่งเป็น สินค้าจำเป็นสูง ,สินค้าจำเป็นที่มีสินค้าทดแทนได้ แยกออกจากสินค้าทั่วไปเพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการดูแลความเหมาะสมของราคาและความพร้อมของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการและตรงตามกลุ่มเป้าหมาย เสนอให้มีมาตรการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคและต่างจังหวัดเพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง
3. ระยะยาว – ปรับโครงสร้าง (ช่วง 1-3 ปี) เสนอให้ยกระดับโครงสร้างระบบค้าปลีกและโลจิสติกส์ของประเทศโดยพัฒนาเครือข่ายกระจายสินค้าในระดับภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต็อกและการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีในทุกพื้นที่ ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมดูแลค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบการค้าและเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน