“หลับตาเหยียบคันเร่ง” สรุปคดีชน 2 นักศึกษาไทยในไมอามี ผู้ต้องหาอ้าง ‘ตั้งใจฆ่าตัวตาย’ ก่อนพุ่งชน
เหตุรถชนในเมืองไมอามีบีช สหรัฐอเมริกา ที่คร่าชีวิตนักศึกษาไทย 2 คน กำลังกลายเป็นคดีที่ถูกจับตา เมื่อคำให้การของผู้ต้องหา ส่อไปในทางว่าเหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่แค่ ‘อุบัติเหตุ’ ธรรมดา
เกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น และเพราะอะไรคดีนี้ถึงกำลังถูกจับตา Explainer จากสำนักข่าวทูเดย์ มาสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด
ทริปสั้นๆ ที่ไม่มีวันได้กลับบ้าน
1) ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 น.ส. สาริศา คงด้วง อายุ 22 ปี และ นายเกียรติกมล เลาหวัฒนทรัพย์ อายุ 24 ปี เดินทางไปยังเมืองไมอามีบีช รัฐฟลอริดา
2) ทั้งสองเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา สาริศากำลังศึกษาในสาขาการเงิน ขณะที่เกียรติกมลเพิ่งสำเร็จการศึกษา
3) มันควรจะเป็นเพียงทริปธรรมดา ในช่วงวันหยุด Spring Break ก่อนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
4) ไม่มีใครคาดคิดว่าแค่การไปเที่ยวธรรมดา จะพรากชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
5) คืนวันที่ 18 มีนาคม ขณะที่พวกเขากำลังเดินข้ามถนน ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาเบาๆ
6) เป็นเวลาเดียวกับที่ รถยนต์ Nissan Sentra สีดำคันหนึ่ง ขับมาด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนทั้ง 2 คนอย่างรุนแรง
7) สาริศาและเกียรติกมล ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
คนขับคือใคร และเกิดอะไรขึ้นก่อนชน
8) คนขับรถคันนั้น คือ เอดาน เนกรอน-มอร์ริส อายุ 42 ปี
9) ตำรวจระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เขาขับรถด้วยความเร็ว และไม่เปิดไฟหน้า ซึ่งมีคนเห็นความผิดปกตินั้น และโทรแจ้ง 911 ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
10) ตำรวจยังบอกด้วยว่า ก่อนถึงจุดที่รถพุ่งชน 2 นักศึกษาชาวไทย เนกรอน-มอร์ริส เกือบก่ออุบัติเหตุมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง
11) และในช่วงเวลาใกล้กัน ยังมีรายงานเหตุชนแล้วหนีในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่พบรถซีดานสีดำ ขับโดยไม่เปิดไฟหน้า ก่อนจะคลาดสายตาไป
12) และไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รถของเนกรอน-มอร์ริส ก็พุ่งชน 2 นักศึกษาชาวไทย ขณะกำลังข้ามถนน
13) หลังชน เขาไม่ได้จอดดูผู้บาดเจ็บ แต่ยังคงขับรถต่อไป จนกระทั่งรถไปต่อไม่ได้
14) เนกรอน-มอร์ริส จึงลงจากรถ และวิ่งหนีเข้าไปใน Walgreens ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ก่อนที่พลเมืองดีจะช่วยกันจับตัวไว้ และถูกตำรวจเข้าจับกุมในเวลาต่อมา
“หลับตาเหยียบคันเร่ง” คำให้การที่เปลี่ยนคดี
15) หลังถูกจับกุม เนกรอน-มอร์ริส ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาตั้งใจจะ ‘ฆ่าตัวตาย’ ด้วยการขับรถชน
16) ตำรวจระบุว่า เขาอ้างว่าในช่วงเกิดเหตุ “หลับตา เหยียบคันเร่ง และหวังว่าจะตาย” และคำให้การนี้ได้ถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาคดี
17) เนกรอน-มอร์ริส ถูกตั้งข้อหาหนัก ทั้งทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท 2 กระทง และข้อหาหลบหนีจากที่เกิดเหตุ
18) ศาลกำหนดวงเงินประกันตัวเขาไว้ที่ 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 36 ล้านบาท โดยผู้พิพากษาให้เหตุผลว่า “เขาเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม”
19) ศาลยังกำหนดเงื่อนไขด้วยว่า หากได้รับการประกันตัว เนกรอน-มอร์ริส จะต้องถูกกักบริเวณเฉพาะในบ้าน รวมถึงถูกห้ามดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามขับขี่ยานพาหนะ
20) ขณะเดียวกัน อัยการระบุว่า อาจมีการตั้งข้อหาเมาแล้วขับเพิ่มเติม หลังผลตรวจสารพิษแล้วเสร็จ
21) รายงานของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาแสดงอาการเข้าข่ายมึนเมา และเคยมีประวัติการใช้สารเสพติด
22) เนกรอน-มอร์ริส ก็ยอมรับเองว่า เขาใช้โคเคนและกัญชาเป็นประจำ แต่ในวันเกิดเหตุ เขาอ้างว่าใช้เพียงกัญชา และ ‘ยาที่ไม่ทราบชนิด’ ที่แฟนให้
23) จากการเปิดเผยของตำรวจ ตอนแรกเขายินยอมตรวจเลือด แต่ต่อมากลับปฏิเสธ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขอหมายศาลเพื่อดำเนินการในภายหลัง
24) จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยผลตรวจเลือดของ เนกรอน-มอร์ริส ว่ามีสารเสพติดชนิดใดบ้าง
25) ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า เนกรอน-มอร์ริส ยังมีประวัติอาชญากรรมโชกโชน ทั้งคดีครอบครองโคเคน, การละเมิดทัณฑ์บน และการไม่มาศาลตามนัด
26) ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นในสหรัฐฯ รายงานว่า ผู้ต้องหาอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองมีประวัติป่วยทางจิต รวมถึงโรคจิตเภท ไบโพลาร์ ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
เสียงจากครอบครัวผู้สูญเสีย
27) หลังคดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อในประเทศไทย ก็มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตตามมา
28) พายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่ารู้จักกับครอบครัวของเหยื่อ 1 ใน 2 คน ได้ออกมาเผยแพร่ข้อความชี้แจง
29) พายุระบุว่า การนำเสนอข่าวบางส่วนในสื่อไทย อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็น ‘ผู้ป่วยทางจิต’
30) ครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นเพียงการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ และสื่อสหรัฐฯ จากคำให้การของผู้ต้องหา ที่อ้างว่าตั้งใจจะปลิดชีพตนเอง
31) ทางครอบครัวจึงมีความกังวลว่า ประเด็นนี้อาจถูกใช้เป็น ‘ข้ออ้างเพื่อลดโทษ’ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่และสารมึนเมา
32) พร้อมชี้ว่า ผู้ต้องหามีประวัติการกระทำผิดหลายคดี รวมถึงการละเมิดทัณฑ์บน
33) พายุระบุต่อว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตขอบคุณสื่อที่ช่วยเผยแพร่ข่าว เพื่อไม่ให้คดีเงียบไปเพียงเพราะเกิดขึ้นในต่างแดน
34) แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ขอเรียกร้องให้สื่อนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยไม่สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพื่อให้คดีนี้ ได้รับความเป็นธรรมต่อเหยื่อทั้งสอง