โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อภิสิทธิ์-กรณ์ ซัดรัฐบาล ปล่อยผีไอ้โม่ง เตือนหากไม่ตรึงราคา อาจพุ่งอีก10กว่าบาท

Khaosod

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 07.01 น.
อภิสิทธิ์-กรณ์ ซัดรัฐบาล ปล่อยผีไอ้โม่ง เตือนหากไม่ตรึงราคา อาจพุ่งอีก10กว่าบาท

อภิสิทธิ์ ซัดรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท ‘ปล่อยผีไอ้โม่ง’หรือไม่ ฉะล้มเหลวรับมือวิกฤตน้ำมัน บริหารอย่างไม่มีทิศทาง ‘กรณ์’เตือนหากไม่ตรึงราคา อาจพุ่งอีก 10 บาท

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ร่วมพูดคุยในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” วิพากษ์วิจารณ์กรณีรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา โดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์และผลักภาระให้ประชาชนโดยไม่พยายามบริหารจัดการงบประมาณส่วนอื่น

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนทราบข่าวการขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลา 22.00 น.-23.00 น. หลังจากประชุมสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง จึงตั้งข้อสังเกตว่าจงใจส่งข่าวหลังจากสภาฯปิด เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าและการตรวจสอบจาก สส. ทั้งที่ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐมนตรีควรเข้ามาแถลงและชี้แจงเหตุผลต่อสภาฯเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแนวทางที่ชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตน้ำมันครั้งนี้มี 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลไม่มีการตั้งเป้าหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะพยุงราคาน้ำมันไปจนถึงระดับราคาตลาดโลกที่เท่าใด ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

2.ประชาชนแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว เหตุใดรัฐบาลไม่ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันในการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติมจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น หรือที่เรียกว่าลาภลอย หรือพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยพยุงราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงขึ้นทันที

3.มาตรการช่วยเหลือล่าช้า แม้รัฐบาลจะระบุว่ามีมาตรการช่วยเหลือ กลุ่มเฉพาะเป้าหมาย 5 กลุ่ม แต่กลับยังไม่มีผลบังคับใช้จริง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงไปแล้ว ทั้งที่ควรดำเนินการควบคู่กับการขึ้นราคา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการอภิปรายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่ารัฐบาลมีข้อมูลย้อนแย้งกันระหว่างภาครัฐที่ยืนยันว่าน้ำมันสำรองมีเพียงพอ แต่หน้าปั๊มกลับไม่มีน้ำมันขายหรือมีการลดโควตา ซึ่งตนเห็นว่า สิ่งนี้สะท้อนว่ามี ไอ้โม่ง หรือกระบวนการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้นจริง

“การขึ้นราคาทีเดียว 6 บาทเมื่อคืนนี้ เปรียบเสมือนการ ปล่อยผีไอ้โม่ง เพราะก่อนหน้านี้มีการกักตุนน้ำมันไว้เนื่องจากราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่พอราคาขยับขึ้นมาแบบนี้ สรุปคือใครจะไปตามจับไอ้โม่งตอนไหน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นคำตอบสุดท้ายหรือยัง และเมื่อไหร่จะปรับราคาอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถเดาใจผู้บริหารปัจจุบันได้ เพราะเขาไม่เคยอธิบายหลักเกณฑ์ว่าคิดอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลต่อไป ในแง่ของความเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา จริงๆ แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ และเชื่อว่าข้อสรุปขึ้นราคาน้ำมัน ไม่ใช่ตอน 4-5 ทุ่ม จริงๆแล้วคนเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็เข้ามาในสภาฯเแล้วบอกรัฐบาลตัดสินใจแบบนี้ แล้วฟังสส.เพื่อจะได้ชี้แจงผ่านสภาฯไปยังประชาชน

นี่คือรูปแบบของรัฐบาลประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น แต่นอกจากไม่มาประชุมแล้ว ยังด่าคนที่วิจารณ์ในสภาฯอยู่ที่ทำเนียบฯ ถึงเวลาตัดสินใจก็ไม่บอกสภาฯ รอให้สภาฯปิดก่อน ทั้งที่การขึ้นราคาอย่างนี้ควรจะแถลงให้ประชาชนเข้าใจ แต่รัฐบาลบริหารอย่างไม่มีทิศทาง

ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า เมื่อคืนตนก็เติมน้ำมันไม่ทัน เพราะออกจากสภาฯ ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ซึ่งช่วงเวลาสอดคล้องกันมากกับการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน สาเหตุที่น้ำมันตามปั๊มต่างๆ เริ่มขาดแคลน เกิดจากรัฐบาลค้างชำระเงินชดเชยแก่โรงกลั่นกว่า 20,000 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีมติครม. อนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้เงินได้ ส่งผลให้โรงกลั่นขาดสภาพคล่องและลังเลที่จะปล่อยน้ำมันออกมาขายในราคาต่ำ

จึงขอเตือนว่าหากรัฐบาลใช้กลไกราคาตลาดจริงโดยไม่ตรึงราคา ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีกกว่า 10 บาทต่อลิตร เมื่อคำนวณจากราคาหน้าโรงกลั่นและภาษีต่างๆ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความโปร่งใสเรื่องงบประมาณในกองทุนน้ำมันเพื่อให้ประชาชนเตรียมใจรับมือกับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นตามมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อภิสิทธิ์-กรณ์ ซัดรัฐบาล ปล่อยผีไอ้โม่ง เตือนหากไม่ตรึงราคา อาจพุ่งอีก10กว่าบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...