โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สสส. สานพลัง สถาบันยุวทัศน์ฯ เปิดกลยุทธ์บุหรี่ไฟฟ้า ปี 2569 ปรับภาพลักษณ์-หลบเลี่ยงกฎหมาย-บริการถึงที่

สวพ.FM91

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สสส. สานพลัง สถาบันยุวทัศน์ฯ เปิดกลยุทธ์บุหรี่ไฟฟ้า ปี 2569 ปรับภาพลักษณ์-หลบเลี่ยงกฎหมาย-บริการถึงที่

สสส. สานพลัง สถาบันยุวทัศน์ฯ เปิดกลยุทธ์บุหรี่ไฟฟ้า ปี 2569 “ปรับภาพลักษณ์-หลบเลี่ยงกฎหมาย-บริการถึงที่” ชี้เป้าพบช่องทางขายผ่านออนไลน์เกือบ 100 ช่องทาง วอนรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเร่งด่วน พร้อมเปิดแคมเปญรณรงค์ “บุหรี่ไฟฟ้า แฮกสมอง” เตือนเด็ก เยาวชน ริลองบุหรี่ เสี่ยงทำลายสมอง กระทบอารมณ์ สติ ความคิด

วันที่ 7 พ.ค. 2569 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชน จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการ “เคมีในควันกับเคมีในสมอง : ผลกระทบที่มองไม่เห็น” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 พร้อมเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “บุหรี่ไฟฟ้า แฮกสมอง”

รศ.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบัน ยังน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey Thailand : GYTS) ประจำปี 2565 พบเด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า จากร้อยละ 3.3 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 17.6 ในปี 2565 และข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.44 เท่า จาก 78,742 คนในปี 2564 เพิ่มเป็น 900,459 ในปี 2567 แม้จะทราบดีว่าบุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน แต่ก็ยังคงพบการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์

“สสส. จึงร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ เร่งสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพของเด็กและเยาวชน (Health Literacy) ผ่านการบูรณาการกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการผลักดันเนื้อหาการเรียนรู้/ชุดเครื่องมือการเรียนรู้สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา การรณรงค์ไปยังกลุ่มผู้ปกครองหรือชุมชน พร้อมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง และสื่อสารสังคมให้เกิดการรับรู้อย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างทัศนคติอย่างถูกต้องและให้เข้าใจถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” รศ.ภก.วิทยา กล่าว

ด้านนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการ ยท. กล่าวว่า ยท. ร่วมกับภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชนทั่วประเทศไทย อาทิ สโมสรนิสิตนักศึกษา สภาเด็กและเยาวชน แกนนำอาสาสร้างสุขภาพ (Gen-H) จัดตั้งกลุ่มเฝ้าระวังการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 (ม.ค.-ม.ค) ประจำปี 2569 เพื่อติดตามการทำการตลาดของอุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าในไทย รวมถึงตรวจสอบข้อมูลช่องทางการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสนับสนุนข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยพบข้อมูลสำคัญ 1.ช่องทางจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าบนสื่อสังคมออนไลน์ (ยังให้บริการตามปกติ) 83 ช่องทาง แบ่งเป็น เว็บไซต์ 54 ช่องทาง และบัญชีใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน 29 บัญชี ให้บริการซื้อขายและมีข้อมูลเป็นภาษาไทยทั้งหมด 2.ใช้กลยุทธ์ทางการตลาด 4P ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (Product) พบสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นราคาประหยัด น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประเภทฟรีเบส/ซอลนิค ระดับนิโคติน 3% และ 5% ขึ้นไป พ่วงโปรโมชั่นขายสินค้ากลุ่มผู้ใหญ่ (Sex Toy) ด้านราคาผลิตภัณฑ์ (Price) พบราคาต่ำที่สุดในรุ่นเริ่มต้น 29 บาท สูงสุดเกือบ 1 หมื่นบาท ส่วนใหญ่มีราคาเฉลี่ย 150-250 บาท (ประเภทใช้แล้วทิ้ง) แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น แต่ก็ยังมีการลักลอบจำหน่าย
นายพชรพรรษ์ กล่าวต่อว่า ด้านสถานที่จัดจำหน่าย (Place) ใช้แอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ เป็นจุดสื่อสารการตลาดรอบด้าน เช่น Facebook 44.8% เป็นช่องทางแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มปิด (Closed Groups) เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ, X หรือ Twitter 34.5% พบเป็นช่องทางขายบุหรี่ไฟฟ้าแบบไม่ต้องเปิดเผยตัวตน และ Instagram 20.7% เป็นช่องทางสื่อสารภาพลักษณ์เชิงบวกระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น (Micro Influencers) กับบุหรี่ไฟฟ้า และด้านส่งเสริมการขาย (Promotion) พบเว็บไซต์ที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงให้ข้อมูลเชิงบวกและข้อควรระวังการใช้บุหรี่ไฟฟ้าคู่ขนานกัน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐให้คิดว่าเป็นช่องทางให้ความรู้ และนำมาสู่การปิดการขายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (Line) โดยเลือกใช้วันสำคัญ เช่น วันที่ 9 เดือน 9 วันที่ 11 เดือน 11 แบบเดียวกันกับแอปพลิเคชัน E-Commerce และบริการส่งถึงที่ภายใน 180 นาที

“ขอวิงวอนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งรัดบังคับใช้กฎหมายหรือปิดกั้นช่องทางการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอุตสาหกรรมยาสูบ” เลขาธิการ ยท. กล่าว

พญ.ธญรช ทิพยวงษ์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเด็นรณรงค์หัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้า แฮก สมอง” ของยท. เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เนื่องจากทางการแพทย์พบว่าสมองของเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ยังพัฒนาและเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งการได้รับสารนิโคตินอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้โครงสร้างหรือเนื้อเยื้อของสมองเกิดความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสมองส่วนที่มีหน้าที่ในการจัดการกับอารมณ์ สติ หรือความนึกคิด (Prefrontal Cortex) ทำให้เกิดสภาวะการควบคุมอารมณ์ยาก สูญเสียความจำ มีภาวะได้รับความสุขชั่วคราวจากนิโคติน และยังพัฒนาสู่การใช้ยาเสพติดประเภทอื่น ๆ ได้ด้วย และหากโครงสร้างทางสมองเกิดการสูญเสียแล้ว ก็ไม่อาจสามารถรักษาให้กลับมาปกติสมบูรณ์ได้ เพราะสมองเป็นอวัยวะที่มีความพิเศษ แตกต่างจากอวัยวะอื่น ๆ ทั้งนี้ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2569 ขอฝากไปยังผู้ปกครองให้ร่วมกันดูแลบุตรหลานและหาทางป้องกันไม่ให้สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า และหากมีความประสงค์เลิกบุหรี่สามารถใช้บริการสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 หรือคลินิกฟ้าใสที่มีเครือข่ายให้บริการกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...