ADVANC เกินคาด 1.39 หมื่นล. ต้นทุนลด-ลุยสร้างศก.ดิจิทัล
#ADVANC #ทันหุ้น – ADVANC ทำกำไรไตรมาส 1/2569 ไว้ที่ 13,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% และมีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก โดยวางงบไว้ 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตและเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โบรกมองกำไรโตเกินเป้าหมายที่ตลาดคาดไว้ ยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสมไว้ที่ 390 บาท
นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง รวมถึงการลดลงของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ขณะที่มีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY จากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก รวมถึงรายได้จากการขาย เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
@เติบโตทุกธุรกิจ
โดยธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เติบโตจากฐานลูกค้าคุณภาพสูง บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ครอบคลุมทั่วประเทศ มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 46.9 ล้านหมายเลข เพิ่มขึ้น 170,200 เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 ด้านผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านเลขหมาย เติบโตขึ้น 643,100 เลขหมายจากไตรมาส 4/2568 โดยรายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 7.6% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
ในส่วนธุรกิจเน็ตบ้านมีจำนวนลูกค้าเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 เติบโตขึ้น 63,400 ราย จากไตรมาส 4/2568 ทำให้มีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 5.3 ล้านราย สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงข่ายและบริการดิจิทัลที่ยกระดับประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับทุกครัวเรือน ควบคู่กับความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬายอดนิยม โดยรายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 8.7% จากปีก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์อย่างมั่นคง
ด้านธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร รายได้จากการบริการยังคงการเติบโตรายได้อยู่ที่ 1.7% จากปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล บริการโซลูชัน 5G และ Data Center เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็นSustainable Nation ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ เพื่อรองรับการลงทุน การขยายตัวของเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต
@จัดงบลงทุน 3-3.5 หมื่นล.
ขณะที่การลงทุนในธุรกิจใหม่ AIS ยังคงมุ่งหน้าลงทุนโดยวางงบไว้30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตและเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจรีเทลที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ดิจิทัลใหม่ๆ ควบคู่กับการขยายธุรกิจความบันเทิง โดยล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรคอนเทนต์รูปแบบใหม่อย่าง“Verticaltainment” เพื่อมอบประสบการณ์ซีรีส์แนวตั้งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมยุคดิจิทัล และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในระยะยาว
โดยในปีนี้ AIS ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องวางงบลงทุนไว้ประมาณ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาโครงข่าย 5G, การขยายบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และการพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร ควบคู่กับการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการเป็น AI Ecosystem สู่การวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ดีในปี 2569AIS มุ่งปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกมิติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมโครงข่ายอัจฉริยะมือถือและเน็ตบ้าน คลาวด์ และ Data Center ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและ AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังต่อยอดการเติบโตระยะยาวผ่านธุรกิจใหม่
@ให้ราคาเป้าหมาย 390 บ.
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากผลประกอบการ ADVANC ที่ประกาศออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 10% ยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสมไว้ที่ 390 บาท แม้จะมีปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจหรือต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แต่ ADVANC ถูกมองว่าเป็น ธุรกิจDefensive ที่มีกระแสเงินสดมั่นคง และต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่ได้เพิ่มขึ้นเยอะมาก
ในช่วงที่ผ่านมา ADVANC ที่ปรับตัวลงมีแรงเทขายมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.การขายทำกำไร เพราะราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง 2.มีความกังวลจากข่าวลือว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่อาจจะไม่ดี 3.ปัจจัยจาก MSCI แม้ ADVANC จะไม่ถูกคัดออกจากรายชื่อ แต่ในฐานะหุ้นใหญ่ที่อยู่ในดัชนี MSCI จึงได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
ส่วนการจ่ายปันผลหากราคาหุ้นอยู่แถว 350 บาท คาดอัตราปันผลจะอยู่ที่ประมาณ 4.8% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ ด้านการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) มองว่ายังขยับขึ้นได้ไม่มากนัก โดยระบบเติมเงิน (Prepaid) มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าบาท ส่วนระบบรายเดือน (Postpaid) มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-400 บาท
ทั้งนี้ธีมหลักของกลุ่มสื่อสารในปีนี้ไม่ใช่การเร่งหาจำนวนผู้ใช้งานใหม่หรือการขยาย ARPU แต่เป็นการลดต้นทุนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่จะปรับลดลงตลอดทั้งปีนี้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้น ด้านการลงทุน Data Center ให้มองเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีความไม่ชัดเจนหากเลือกใช้ Fiber Optic แบบปกติจะเป็นบวกต่อทั้ง ADVANC และ TRUE แต่ถ้าใช้ Dark Fiber จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มอื่นแทน