จรรยาบรรณแพทย์ในยุค TikTok : ความรู้ที่บริสุทธิ์ใจ กับ ผลประโยชน์แฝงที่ต้องระวัง
ในยุคที่ข้อมูลสุขภาพหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว มักเห็นแพทย์หลายท่านออกมาให้ความรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะบน TikTok ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการให้ความรู้ที่มาพร้อมกับโฆษณาแฝง เช่น การแปะลิงก์พิกัดคลินิก หรือการทิ้งช่องทางติดต่อส่วนตัวที่มุ่งหวังผลทางการค้า
เส้นแบ่งทางกฎหมายที่แพทย์และประชาชนควรรู้
การกระทำในลักษณะให้ความรู้พ่วงพิกัดไม่ได้มีเพียงประเด็นด้านจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ควบคุมอย่างเคร่งครัด ดังนี้
1. ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 ระบุชัดเจนว่า แพทย์ต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ความรู้ความสามารถ เพื่อประโยชน์ตนเองในลักษณะที่โอ้อวด หรือทำให้เข้าใจผิด การนำความรู้มาเป็นสะพานเพื่อดึงคนเข้าสู่คลินิกตนเองโดยตรงนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการผิดจริยธรรมวิชาชีพอย่างร้ายแรง
2. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การโฆษณาชื่อสถานพยาบาลหรือพิกัดเพื่อเชิญชวนให้มาใช้บริการ ต้องได้รับอนุมัติข้อความและรูปแบบจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. ก่อนเสมอ หากไม่มีเลขที่ใบอนุญาตโฆษณา หรือเลข ฆส. แสดงให้เห็น แต่กลับมีการแปะพิกัดหรือชื่อคลินิกประกอบการให้ความรู้ จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย มีโทษปรับและอาจถูกสั่งระงับการโฆษณาทันที
ความบริสุทธิ์ใจ วัดได้จากการไม่วางลิงก์!
หากแพทย์มีความปรารถนาดีที่จะให้คำแนะนำแก่ประชาชนอย่างแท้จริง การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องนั้นเพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อคลินิกหรือพิกัดส่วนตัว การทำเช่นนี้เป็นการแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจที่ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นการเคารพในศักดิ์ศรีของวิชาชีพ
ข้อสังเกตที่ประชาชนพึงระวัง : ประโยชน์ของใครสำคัญกว่ากัน
ควรลองตั้งคำถามและใช้พิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนเมื่อได้รับข้อมูลสุขภาพทางออนไลน์
แพทย์ที่ให้ความรู้โดยไม่ใส่พิกัด คือผู้ที่ตั้งใจมอบวิทยาทานเพื่อให้ประชาชนนำไปดูแลตัวเอง หรือไปปรึกษาแพทย์ใกล้บ้านที่สะดวกที่สุด โดยไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรเข้าตัว
แพทย์ที่ให้ความรู้ควบคู่กับการโฆษณาแฝง แม้ข้อมูลจะถูกต้อง แต่เจตนาที่พยายามหาช่องว่างหรือเลี่ยงบาลีเพื่อดึงคนไข้เข้าสู่ธุรกิจ ย่อมสร้างความน่าสงสัยว่า ในขณะที่ทำการรักษา แพทย์ท่านนั้นจะยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย หรือจะยึดถือตัวเลขรายได้ของคลินิกเป็นตัวตั้งมากกว่ากัน
“เก่งจริง ไม่ต้องโปรโมท”
หากแพทย์ท่านใดมีความรู้ความสามารถที่แท้จริง มีจริยธรรมในการรักษา และเป็นที่ศรัทธาของคนไข้ ชื่อเสียงเหล่านั้นจะถูกบอกต่อและค้นหาเจอได้เองผ่านแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ระบบตรวจสอบรายชื่อแพทย์ของแพทยสภา โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการตลาดสีเทา
การเป็นแพทย์คือการได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนมนุษย์ในวันที่เขาลำบากที่สุด อย่าให้การตลาดเพียงชั่วครู่มาทำลายความศรัทธาที่สร้างมาทั้งชีวิต ประชาชนควรเลือกเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งที่ให้ความรู้เพื่อสุขภาพอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่แหล่งที่พยายามเปลี่ยนความกังวลของคนไข้ให้กลายเป็นยอดขายของสถานพยาบาล