ราคาน้ำมันดิบทะลุ 110 ดอลลาร์ แหล่งพลังงานตะวันออกกลางถูกถล่ม
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หลังอิหร่านและอิสราเอลแลกเปลี่ยนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของแต่ละฝ่าย
อิหร่าน-อิสราเอล ต่างทำการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งจะยุติลง
ราคาน้ำมันเบรนต์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเริ่มการซื้อขายในวันนี้ (19 มี.ค.69)
อิหร่านโจมตีนิคมอุตสาหกรรมของกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้เกิด “ความเสียหายอย่างหนัก” กาตาร์ กำลังรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลาฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) เหตุเพลิงไหม้เกิดจากการโจมตีครั้งที่สอง
ก่อนหน้านี้ อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส (South Pars) ขนาดใหญ่ของอิหร่าน
การปรับตัวขึ้นล่าสุดของราคาน้ำมันเบรนท์ ทำให้ราคาน้ำมันดิบมาตรฐานโลกกลับมาอยู่เหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ในช่วงสงคราม ซึ่งเป็นราคาสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 9 มีนาคม
ด้านดัชนีหุ้นเอเชีย รวมถึงออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเมื่อเปิดตลาด จนถึงขณะนี้ ในวิกฤตการณ์นี้ ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมยังไม่ได้รับประโยชน์ โลหะมีค่านี้พ่ายแพ้ให้กับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และความคาดหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ราคาทองคำล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4,835 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบกับประมาณ 5,279 ดอลลาร์ก่อนสงครามปะทุขึ้น
สหรัฐเพิ่มกำลังทหาร
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และบุคคลอีกสามคนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารเพิ่มเติมหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง
หนึ่งในตัวเลือกที่กำลังพิจารณาอยู่คือการส่งทหารสหรัฐฯ ไปยังชายฝั่งของอิหร่านเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รายงานระบุโดยอ้างแหล่งข่าวสี่แหล่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคน
เรือลำหนึ่งเกิดไฟไหม้ใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หลังจากถูกยิงด้วยกระสุน ตามรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations Centre) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากเมืองคาวร์ ฟักกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปทางตะวันออก 11 ไมล์ทะเล