โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซอยรามคำแหง 53’ เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

TODAY

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TODAY

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซอยรามคำแหง 53 วานนี้ (10 พ.ค.) จุดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง หลังมีมวลชนกดดันให้มุสลิมคนหนึ่ง ที่เป็น LQBTQ+ โกนผมและตบหน้าตัวเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังดูหมิ่นคำภีร์อัลกุรอาน

เกิดอะไรขึ้นบ้างที่ ‘ซอยรามคำแหง 53’ สำนักข่าว TODAY เรียบเรียงให้ดูกัน?

[จุดเริ่มต้นเหตุการณ์]

1) ย้อนไปปลายเดือนเมษายน เพจร้านเช่าชุดอิสลาม สำหรับออกงานและใช้ในงานแต่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ โพสต์ข้อความชี้แจงที่ปฏิเสธลูกค้าที่เป็นกลุ่ม LGBTQ+ หลายคน ติดต่อมาขอเช่าชุด

ให้เหตุผลว่า ชุดที่ให้เช่าเป็นชุดอิสลามสำหรับผู้หญิง (มีผ้าคลุมฮิญาบ) ยืนยันว่าไม่มีเจตนาเหยียดเพศ พร้อมขอความเห็นใจ และขอโทษที่ไม่สามารถให้เช่าชุดได้ เพราะถ้าให้เช่าชุด เท่ากับเป็นการสนับสนุนสิ่งที่ขัดกับหลักศาสนา

2) โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ และมีความคิดเห็นทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับทางร้าน บางคนมองว่าร้านไม่มีเจตนาเหยียดเพศ แต่เนื่องจากเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลามจริงๆ ขณะที่บางส่วนมองว่าการโพสต์แบบนี้เป็นการเหยียดเพศอีกรูปแบบหนึ่ง และยังพาดพิงไปถึงการแต่งกายของเจ้าของร้านเอง

3) ‘เลาะห์’ หรือที่รู้จักในชื่อ ‘มาดาม’ ซึ่งเป็น “ปอแน” (คำในภาษามลายู หมายถึงกะเทย) เป็นคนหนึ่งที่เขาไปแสดงความเห็นร่วมกับกลุ่มเพื่อจำนวนหนึ่ง เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

4) ก่อนที่ดรามาจะเกิดขึ้นในวงจำกัด เมื่อ ‘บังฟรีซ’ หรือ ‘Freez Thetruth’ ครีเอเตอร์และนักดีเบตสายศาสนาอิสลาม ที่มีผู้ติดตามหลายช่องทาง ได้โพสต์ตักเตือนกลุ่มของเลาะห์ และได้นัดเลาะห์กับเพื่อนอีก 7-8 คน ขึ้นไลฟ์สด เพื่อพูดคุย ที่นำทัวร์ไปลงในเพจของร้านเช่าชุด

5) ช่วงหนึ่งของไลฟ์ ผู้ที่รับชมจำนวนหนึ่งรู้สึกว่า เลาะห์และเพื่อนใช้คำพูดได้ไม่ดี และอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับชาวมุสลิมจำนวนมากโดยเฉพาะที่ นำถ้อยคำ ชะฮาดะฮ์ (Shahadah) ซึ่งเป็นคำปฏิญาณตน หรือ คำประกาศศรัทธา ที่เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในศาสนาอิสลาม ที่มี ใจความสำคัญว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ (ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์) มาพูดล้อเลียนในบริบทที่ไม่เหมาะสม

[ถูกจับโกนผม – หวิดโดนรุมประชาทัณฑ์]

6) กระแสวิจารณ์ผ่านโซเชียลฯ บานปลาย มุสลิมจำนวนหนึ่งโกรธ และเรียกร้องให้เลาะห์ออกมาขอโทษ แต่เลาะห์ปฏิเสธ และได้มีการพูดในลักษณะท้าทายกลับ ยิ่งทำให้ความไม่พอใจขยายกว้างขึ้น

7) กระทั่ง ช่วงเย็นวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานชุมชนสุเหร่าจรเข้ขบ ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้นัดเลาะห์มาพูดคุยในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ในซอยรามคำแหง 53

8 ) ช่วงต้นมีคนมาร่วมฟังไม่มาก แต่เนื่องจากมีการไลฟ์ผ่านโซเชียลฯ ไม่นานผู้คนทยอยมามากขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มถนน หลายคนพยายามตะโกนด่าทอ และจะเข้าไปทำร้ายเลาะห์

9) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด เลาะห์ได้กล่าวยอมรับผิด และขอโทษครอบครัวที่ทำให้ต้องเดือดร้อน โดยบอกว่า สิ่งที่พูดไปเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ แต่ผู้คนที่รุมล้อมอยู่บริเวณนั้นยังไม่พอใจ เเละเรียกร้องให้เลาะห์ตบปากตัวเองเพื่อขอโทษ ซึ่งเลาะห์ยอมทำตาม

10) แต่สถานการณ์ยังดูจะบานปลาย เพราะบางส่วนยังไม่พอใจ อยากเห็นการลงโทษด้วยตนเอง จึงพยายามเข้าไปในร้าน จนเกิดเหตุชุลมุน มีการเรียกตำรวจกว่า 10 นาย ให้เข้าไปช่วยควบคุมสถานการณ์

11) ระหว่างนั้น มีการเรียกร้องให้เลาะห์โกนผม ในการเรียกร้องครั้งแรกเลาะห์ไม่ยอม

แต่ภายใต้มวลชนหลายร้อนคนที่รายล้อมกดดัน เลาะห์จึงยอมโกนผม ก่อนที่ตำรวจจะมีการนำตัวเลาะห์ไปคุยกันต่อที่ยังสถานี และนำออกนอกพื้นที่ในเวลาต่อมา

[สังคมเสียงแตก เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย]

12) ชั่วข้ามคืน เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัล และเกิดการถกเถียงเป็นวงกว้าง ในเรื่องของความเหมาะสม และการทำเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะในสังคมคนมุสลิมที่มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเลาะห์ ไม่ใช่การปกป้องศาสนา แต่กำลังทำให้ศาสนาถูกมองไม่ดี และมองว่า ถ้าไม่พอใจที่เลาะห์หมิ่นศาสนา ก็ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ ไม่ใช่การใช้กำลังแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้น เลาะห์สามารถเอาผิดกลับได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งที่มองว่า สิ่งที่ทำกับเลาะห์เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว

13) เบื้องต้น ตามหลักของศาสนาอิสลาม ในบทฮาดีษ ได้ระบุถึงการห้ามไม่ให้ชายแต่งกายคล้ายหญิง และหญิงห้ามแต่งงานคล้ายชาย

นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการแสดงออกทางกิริยา และการพูดไว้ด้วย โดยมีเหตุผลว่า การเลียนแบบเพศตรงข้ามในลักษณะที่กลายเป็นเพศเดียวกันนั้น ถือเป็นบาปใหญ่ในอิสลาม เพราะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสร้าง และกำหนดลักษณะทางเพศมาอย่างเหมาะสมแล้ว

[ข้อครหา กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย?]

14) จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนได้หยิบยกเหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลาฯ มาเทียบเคียง

โดยมองว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่ใช้ ‘มวลชน’ เข้ามาทำหน้าที่แทนกระบวนการยุติธรรม รวมถึงมีใช้วิธีการประจาน ด้วยการบังคับให้โกนผมและตบหน้าในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจนอกระบบทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

15) นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวจำนวนมาก แสดงจุดยืนเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรทางศาสนา ออกมาแสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...