โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TACC พุ่ง 5.5% รับกำไร Q1/69 นิวไฮโต 36% ปักธงปี 69 รายได้โตสองหลัก

PostToday

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC วันนี้ (11 พ.ค.2569) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ปรับเพิ่มขึ้น 5.50% หรือเพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาอยู่ที่ 5.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 35.94 ล้านบาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 5.85 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 5.65 บาท

หลังจาก TACC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สามารถกวาดรายได้จากการขายกว่า 638.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.50% กำไรสุทธิ 99.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.33% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ผลตอบรับสินค้าใหม่กระแสดีเยี่ยม

ผลงานไตรมาส 1/69 เติบโตต่อเนื่อง

นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขาย 638.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.63 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.50% มีกำไรสุทธิ 99.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 36.33% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน ยังได้รับปัจจัยบวกจากการขายสินค้าในร้าน 7-Eleven ที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของปริมาณการบริโภคในประเทศ รวมถึงกระแสความนิยมของเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียวในกลุ่มของผู้บริโภคที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดร่วมกับ 7-Eleven และลูกค้าอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัท
“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่วางไว้ จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในเซเว่นฯ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยอดขายจากกลุ่ม B2C (Non-7-Eleven) อีกทั้งยังบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายชัชชวี กล่าว

ชัชชวี วัฒนสุข

มั่นใจรายได้ปี 69 เติบโต Double Digit

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% (Double Digit) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ 7-Eleven มุ่งพัฒนา Core Menu และ New Menu อย่างต่อเนื่อง พร้อมออกสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะ Key Strategic Partner ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มในโถกด (7-Select) และเครื่องดื่ม Non-Coffee Menu ใน All Café รวมถึงการขยายไปยังร้าน 7-Eleven ในต่างประเทศ
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Non-7-Eleven เดินหน้าขยายตลาดในประเทศ พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Café Business และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

มองหา New S-Curve และความยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเร่งขยายธุรกิจ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางเดิม ควบคู่กับการมองหาโอกาสในการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่ รองรับการเติบโตในอนาคต อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โบรกฯ แนะ “ซื้อ” เป้า 6.6 บาท พร้อมชี้ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

บล.พาย ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมประเมินไว้ที่ 6.6 บาท มีปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2569 ที่มีกำไรสุทธิทำสถิติใหม่ได้อีกครั้งที่ระดับ 100 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 21% ตามการเปิดสาขาของร้าน 7-11 และกาแฟพันธุ์ไทย ขณะที่ต้นทุนขายยังควบคุมได้อย่างดีทำให้กำรขั้นต้นยังรักษาระดับ 32% ได้

สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 2/2569 เทียบกับปีก่อนคาดยังเห็นการเติบโตได้ จากผลดีของจำนวนสาขาของ 7-11 และพันธ์ ไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนเทียบกับไตรมาส 1/2569 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนในเดือน เม.ย. รวมกับเทศกาลที่ทำให้นักท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับสูง แต่ด้วยสภาพอากาศที่ฝนเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. และผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหลังสงกรานต์เริ่มเห็นการลดลงแล้ว อาจจะกระทบกับรายได้ให้ไม่เป็นไปตามคาดได้ ขณะที่ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนด้านวัสดุหีบห่อ ต้องติดตามว่าจะกระทบเท่าใดหลังจากในช่วงไตรมาส 1/2569 ยังไม่ถูกกระทบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...