Focus หุ้น mai : TNP ขยายสาขา โบรกแนะ“ซื้อ”
#TNP #ทันหุ้น – TNP ยอดขายไตรมาสแรก 770 ล้านบาท โต 7% รับแรงหนุนขยายสาขาแตะ 58 แห่ง ฟากโบรกมองไตรมาส 2/69 มีลุ้นฟื้นสาขาใหม่หนุนรายได้ พร้อมคาดทั้งปี 69 รายได้ชน 3,396 ล้านบาท เดินหน้าเปิดสาขา ดันสิ้นปีครบ 64 แห่ง แนะนำ “ซื้อ”
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงบริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ว่างวด ไตรมาส 1/2569 มีรายได้ 770 ล้านบาท +7%YoY -14%QoQ เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่คาด โดยเติบโต YoY มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้นสู่ 58 แห่ง (+6 แห่ง YoY +2 แห่ง QoQ) อย่างไรก็ตาม SSSG ยังหดตัว 3.2%YoY จากกำลังซื้อที่ยังคงอ่อนแอ ขณะที่รายได้หดตัวลง QoQ จากฐานสูงในไตรมาสก่อนหน้าที่ได้อานิสงส์ของมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกำลังซื้อภาพรวมที่สูงขึ้นจากมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ส่วน เปอร์เซ็นต์ GPM ปรับลดลงจากปีก่อนสู่ 18.21% (1Q/68 = 18.56%, 4Q/68 = 17.71%)
กำไรอ่อนตัว
ขณะเดียวกัน เปอร์เซ็นต์ SG&A ปรับเร่งขึ้นสู่ 10.78% (ไตรมาส 1/68 = 10.33%, ไตรมาส 4/68 = 9.17%) เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ อาทิ พนักงาน และค่าเสื่อมราคา ส่งผลให้งวดไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท -4%YoY -24%QoQ อ่อนแอกว่าที่คาดว่าจะเติบโต YoY
ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/2569 มีโอกาสเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยแม้ SSSG ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมายังคงติดลบ 1-2% แต่คาดรายได้ยังคงเติบโตจากการเก็บเกี่ยวกับรายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงไตรมาส 1/2569 จำนวน 2 แห่ง ประกอบกับในไตรมาส 2/2569 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง สู่ทั้งหมด 59 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เตรียมเข้า ครม. ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ อาทิ “เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ส่วน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” แม้ TNP อาจไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว แต่จะช่วยเรื่องกำลังซื้อภาพรวมที่สูงขึ้น
ฝ่ายวิเคราะห์คาดแนวโน้มรายได้และกำไรสุทธิปี 2569 ราว 3,396 ล้านบาท +10%YoY และ 229 ล้านบาท +8%YoY ตามลำดับ ใกล้เคียงกับกรอบเป้าหมายของบริษัทที่ให้แนวโน้มรายได้ทั้งปี 2569 เติบโต 10-15% มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากแผนขยายสาขาปีนี้ทั้งหมด 8 แห่ง โดยแบ่งเป็นเปิดในช่วงครึ่งแรกปี 2569 จำนวน 3 แห่ง และครึ่งหลังปี 2569 จำนวน 5 แห่ง สู่ทั้งหมด 64 แห่ง ณ สิ้นปี 2569 ซึ่งเป็นเป้าหมายการขยายสาขาเชิงรุกมากขึ้นจากเดิมเฉลี่ยเปิดใหม่ปีละ 5-6 แห่ง จากกลยุทธ์เพื่อชิงความได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้ง ท่ามกลางคู่แข่งที่ชะลอการเปิดสาขา ส่วนผลกระทบจากภาวะสงครามที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น
คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คาด เปอร์เซ็นต์SG&A ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ 10.3% จากปี 2568 ที่ระดับ 10.1% จากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาใหม่ที่เร่งขึ้นตามแผนการขยายสาขาเชิงรุก ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตของกำไรต่ำกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย
แนะนำ “ซื้อ”
ฝ่ายวิเคราะห์ปรับราคาเหมาะสม TNP ปี 2569 ลดลงสู่ 3.58 บาท จากเดิมที่ 4.00 บาท โดยปรับลด Prospective P/E Ratio สู่ 12.5x (เดิม 15x) ณ ระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี สะท้อนแนวโน้มกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว และคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2569 ราว 0.29 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมใหม่ที่ 3.58 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาเหมาะสมยังมีอัพไซด์จากราคาปัจจุบันราว 26% และจ่ายปันผลในอัตรา 4-5% ต่อปี จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”