โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาทองวันนี้ ร่วงแรง เปิดตลาด (21 มี.ค.) ดิ่ง 1,900 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออก 71,250 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 02.14 น.

ราคาทองวันนี้ (21 มี.ค.) เปิดตลาด ราคาปรับลง 1,900 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวาน ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 71,250.00 บาท/ บาททองคำ

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.00 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทอง ปรับลง 1,900 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดวานนี้

โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 70,450.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 70,250.00 บาท/ บาททองคำ

สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 71,250.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 68,841.56 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 4,515.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาทองคำดิ่งเกือบ 10% เผชิญสัปดาห์เลวร้ายสุดในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2011

ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันศุกร์ ปิดฉากสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 15 ปี ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำปรับลดลง 0.7% มาอยู่ที่ 4,574.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคยปรับขึ้นในช่วงเช้า โดยตลอดทั้งสัปดาห์ราคาทองคำร่วงลงรวม 9.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2011

ทั้งนี้ ทองคำมีแนวโน้มเผชิญเดือนที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2008 อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในปี 2026 สะท้อนการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนเกิดความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย

ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะเงินร่วงลงมากกว่า 2% ปิดที่ 69.66 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม และนับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยลดลงรวมมากกว่า 14% ขณะที่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี 2026 โลหะเงินปรับตัวลดลงมากกว่า 1%

การปรับตัวลงในวันศุกร์ยังต่อเนื่องจากภาวะอ่อนแอในวันพฤหัสบดี โดยราคาสปอตของโลหะมีค่าปรับลดลงราว 3% หลังเผชิญแรงขายหนักก่อนหน้านั้น จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามอิหร่าน

ความผันผวนในตลาดน้ำมันมีอิทธิพลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกนับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน โดยราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับเหนือ 112 ดอลลาร์ในวันศุกร์

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์และแนสแด็กเข้าใกล้ระดับปรับฐานที่ลดลงราว 10% จากจุดสูงสุดล่าสุด ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่ต้องการให้มีการหยุดยิงในสงครามกับอิหร่าน

อาร์เธอร์ พาริช นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโลหะและเหมืองแร่จาก SP Angel เปิดเผยกับ CNBC ว่า ความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาทองคำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับฐานหลังราคาปรับขึ้นต่อเนื่องก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

เขาระบุว่าแรงซื้อที่เคยหนุนราคาทองคำได้ถูกคลายตัวลงเกือบทั้งหมด และราคาปรับลดลงอย่างมาก โดยส่วนหนึ่งมาจากการคลายสถานะของนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรตามโมเมนตัม

ทั้งนี้ ทองคำและโลหะเงินเคยทำสถิติปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในปี 2025 โดยพุ่งขึ้น 66% และ 135% ตามลำดับ และยังคงมีความผันผวนต่อเนื่องในปี 2026 โดยเฉพาะโลหะเงินที่เผชิญการปรับตัวลงรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ในช่วงปลายเดือนมกราคม

ในช่วงตลาดขาขึ้นของทองคำปี 2025 พาริชระบุว่า มีนักลงทุนทั่วไป กองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงระบบ และนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเข้ามาในตลาด อย่างไรก็ตาม เงินทุนเหล่านี้ไม่ได้ถือครองทองคำในระยะยาว และเริ่มทยอยออกจากตลาด

เขาเสริมว่า หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนและการอายัดทรัพย์สินของรัสเซีย ธนาคารกลางทั่วโลกได้เข้าซื้อทองคำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำในระยะแรก ก่อนที่นักลงทุนทั่วไปจะเข้ามาเก็งกำไรตามกระแส และขณะนี้กำลังทยอยถอนตัว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่จำเป็นเพื่อให้ราคาทองคำสามารถปรับขึ้นในระยะต่อไป

ด้าน โทนี เมโดวส์ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ BRI Wealth Management กล่าวว่า ราคาทองคำและโลหะเงินขึ้นอยู่กับอุปสงค์ในแต่ละวัน รวมถึง “ส่วนเพิ่มจากความกลัว” ของตลาด

เขาระบุว่าไม่ควรมองราคาทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้นต่อความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงในแต่ละวัน เนื่องจากราคาทองคำขับเคลื่อนโดยแนวโน้มระยะยาวมากกว่าการซื้อขายตามความกลัวในระยะสั้น

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...