ซาอุดีอาระเบีย เตือนน้ำมันแพง พุ่ง 180 ดอลลาร์ ถ้าสงครามยืดเยื้อ
21 มีนาคม 2569 วิกฤตพลังงานโลก 2569 สื่ออเมริกัน "วอลสตรีท เจอร์นัล" (The Wall Street Journal) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย กำลังเร่งประเมินว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับใด หากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน และการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน ไม่ยุติลงในเร็ววัน
ซึ่งพวกเขาไม่พอใจนักกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ด้านน้ำมันหลายคนในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอ่าวเปอร์เซีย กล่าวว่า กรณีพื้นฐานคือราคาอาจพุ่งสูงกว่า 180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากการหยุดชะงักยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปลายเดือนเมษายน
แม้ว่านั่นอาจฟังดูเหมือนเป็น "รายได้มหาศาลที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว" สำหรับราชอาณาจักร ที่ยังคงพึ่งพารายได้จากน้ำมันอย่างมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะราคาสูงขนาดนั้น อาจผลักดันให้ผู้บริโภคลดการใช้น้ำมันลง ซึ่งอาจเป็นระยะยาว หรืออาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการเช่นกัน
นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่จะทำให้ซาอุดีอาระเบีย ตกอยู่ในบทบาทของ "ผู้แสวงหาผลกำไรในสงคราม" ที่ตนไม่ได้เป็นผู้ก่อ
วิกฤตน้ำมัน ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงานทั่วโลก ล่าสุด สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้แนะนำให้ครัวเรือน ธุรกิจ และรัฐบาลประเทศต่างๆ ใช้มาตรการต่างๆ เช่น การทำงานจากบ้าน (Work From Home), ใช้รถร่วมกัน (Carpool) และลดการเดินทางทางอากาศ เพื่อลดความต้องการใช้เชื้อเพลิงและบรรเทาแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
IEA ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกับประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ให้ระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาดโลก ถือเป็นการระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ IEA เพื่อรับมือกับภาวะตลาดน้ำมันหยุดชะงัก และความเสี่ยงด้านอุปทานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงคราม ที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ