โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทองคำเพื่อการลงทุน โลหะเงินเพื่อการเก็งกำไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 06.09 น. • The Bangkok Insight

ทองคำเพื่อการลงทุน โลหะเงินเพื่อการเก็งกำไร

ข้อมูลจาก ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าทองคำและโลหะเงินให้ผลตอบแทนโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่บทบาทเชิงการลงทุนแตกต่างกันชัดเจน โดยทองคำยังเหมาะเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่โลหะเงินเด่นด้านการเก็งกำไรจากความผันผวนสูง

นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวขึ้นราว 20% และ 23% ตามลำดับ และหากวัดจากต้นปีถึงจุดสูงสุด ราคาทองคำเคยปรับขึ้นราว 30% ขณะที่โลหะเงินพุ่งแรงถึงประมาณ 70% สะท้อนแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์ทางเลือกอย่างชัดเจน

ปัจจัยหนุนหลัก ภูมิรัฐศาสตร์ ดอกเบี้ย และค่าเงิน

ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า การปรับขึ้นของทองคำได้รับแรงสนับสนุนจากระดับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่กลับเข้าสู่ขาลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน โมเมนตัมเชิงบวกของราคายังช่วยกระตุ้นความต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ด้านโลหะเงิน นอกจากจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยเดียวกับทองคำแล้ว ยังมีแรงหนุนจากบทบาทเชิงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการใช้งานในห่วงโซ่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น แผงโซลาร์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ขณะที่ฝั่งอุปทานยังเผชิญข้อจำกัดจากการขยายกำลังการผลิตเหมือง ส่งผลให้ตลาดโลหะเงินอยู่ในภาวะตึงตัวต่อเนื่อง

โลหะเงิน High Beta ของทองคำ

ในเชิงการลงทุน โลหะเงินถูกมองเป็น High Beta Play ของทองคำ กล่าวคือ เมื่อมุมมองตลาดต่อทองคำเป็นบวก กระแสเงินเก็งกำไร โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขายตามโมเมนตัม มักไหลเข้าสู่โลหะเงินซึ่งมีมูลค่าตลาดเล็กกว่าและสภาพคล่องต่ำกว่า ส่งผลให้ราคาปรับตัวแรงกว่าทองคำในทั้งขาขึ้นและขาลง

เมื่อเข้าสู่ต้นปี 2569 โมเมนตัมการปรับขึ้นของโลหะเงินยิ่งเร่งตัว จากการยกระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ควบคู่กับกระแส Debasement Trade จากความกังวลต่อเสถียรภาพเชิงนโยบายของสหรัฐ ส่งผลให้ทั้งทองคำและโลหะเงินปรับขึ้นแรงในช่วงต้นปี อย่างไรก็ดี ราคาที่ร้อนแรงเกินไปได้นำไปสู่แรงขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว โดยทองคำปรับลดลงราว 21% จากจุดสูงสุดภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ขณะที่โลหะเงินร่วงลงถึงเกือบ 50% สะท้อนความผันผวนสูงของสินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสเงินทุนระยะสั้น

ทองคำสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์

ทีม Wealth Research ประเมินว่า แม้ราคาทองคำจะเผชิญความผันผวนในระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ในระยะกลางถึงยาวยังคงเอื้อต่อแนวโน้มขาขึ้น สะท้อนจากความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุด หนุนจากการลงทุนผ่านกองทุนทองคำและการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลาง ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปี 2569 ปัจจัยสนับสนุนหลักยังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับลดลงเพิ่มเติม ซึ่งจะกดดันอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง และเป็นบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ดี ระยะสั้นราคายังมีแนวโน้มผันผวนสูง จึงควรเน้นการทยอยสะสมในจังหวะที่ราคาปรับฐานมากกว่าการไล่ราคา

โลหะเงินอัพไซด์เริ่มจำกัด

ในทางกลับกัน โลหะเงินเริ่มเผชิญแรงกดดันในระยะถัดไป จากแนวโน้มการเติบโตของการติดตั้งโซลาร์ที่ชะลอลง โดยเฉพาะในจีน และกระบวนการลดการใช้โลหะเงินต่อหน่วยในอุตสาหกรรม แม้ยังมีการใช้งานในภาคยานยนต์ไฟฟ้าและเซมิคอนดักเตอร์ แต่ขนาดความต้องการยังไม่เพียงพอจะชดเชยการชะลอตัวของภาคโซลาร์ได้ทั้งหมด ทำให้อัพไซด์เชิงโครงสร้างของโลหะเงินเริ่มจำกัดมากขึ้น

บทสรุป ทองคำยังเหมาะสำหรับการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงระยะกลาง–ยาว ขณะที่โลหะเงินเหมาะสำหรับการเก็งกำไรเชิงจังหวะจากความผันผวนสูง ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนมีนาคม 2569

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...