โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาคประชาชน จี้ยุติทางด่วน 2 ชั้น ทำรัฐสูญรายได้ 1.7 แสนล้าน

INN News

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 14.13 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 07.30 น. • INN News

สถานการณ์การคัดค้านโครงการก่อสร้างทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9 มีความเข้มข้นขึ้น เมื่อกลุ่มภาคประชาชน ชุมชน และฝ่ายการเมือง ได้เคลื่อนไหวจี้ให้รัฐบาลยุติโครงการนี้ และเห็นตรงกันว่าการก่อสร้างดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ทั้งยังทำให้รัฐเสียผลประโยชน์มูลค่ารวมกว่า 170,000 ล้านบาท จากเงื่อนไขการขยายสัมปทานทางด่วนศรีรัชออกไปอีก 22 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดปี 2578 ขยายไปถึงปี 2601 แลกกับการให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทางด่วน 2 ชั้น เตรียมเข้าพบนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พิจารณายุติโครงการ

นายวิเชียร แสงพลอย อายุ 81 ปี ชาวชุมชนเคหะสถานเจริญชัย เขตจตุจักร เปิดเผยว่า บ้านพักของตนตั้งอยู่ติดกับทางรถไฟสายเหนือ ทำให้ต้องเผชิญผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการโฮปเวลล์ในอดีตที่สร้างความเสียหายต่อรัฐและประชาชนอย่างมาก ต่อมาชุมชนยังได้รับผลกระทบจากโครงการทางด่วนศรีรัช ซึ่งมีการเวนคืนที่ดิน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องย้ายบ้านเข้ามาอยู่รวมกันจนกลายเป็นชุมชนแออัด พร้อมเผชิญปัญหาเสียงดังและฝุ่นละอองมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันชุมชนยังต้องเจอกับแผนโครงการทางด่วน 2 ชั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจต้องย้ายที่อยู่อาศัยอีกครั้ง และหากโครงการดังกล่าวเดินหน้า อาจนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างทางด่วนซ้อนหลายชั้นแบบนี้อีกหลายโครงการ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบต่อชุมชนมากยิ่งขึ้น

นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากที่กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านถึงความผิดปกติของโครงการทางด่วน 2 ชั้น อาทิ การเอื้อประโยชน์แก่เอกชนผู้รับสัมปทาน ซึ่งอาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้นับแสนล้านบาท รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน จึงมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษา โดยได้ตรวจสอบรายงาน EIA กว่า 3,000 หน้าอย่างละเอียด และพบประเด็นน่าสงสัยหลายจุด อาทิ การออกแบบโครงสร้างเสาตอม่อรองรับทางด่วนชั้นที่ 2 ซึ่งมีข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัย
อีกทั้งเห็นว่าการเพิ่มพื้นที่ถนนเพื่อรองรับรถยนต์ไม่สอดคล้องกับแนวโน้มทางพัฒนาเมืองในปัจจุบัน ที่หลายประเทศหันไปพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อขนคนแทนการเพิ่มถนน เนื่องจากสุดท้ายรถยนต์จะยังคงลงมาติดขัดอยู่บนถนนด้านล่าง

นอกจากนี้จากการลงพื้นที่พบว่าชุมชนจะต้องเผชิญมลพิษทางเสียงและฝุ่นละอองอย่างรุนแรง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากมีการก่อสร้างทางด่วนซ้อนอีกชั้น พร้อมระบุว่า กมธ.ยินดีรับข้อมูลจากประชาชนเพื่อนำไปผลักดันและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค กล่าวว่า เครือข่ายผู้บริโภคได้คัดค้านการต่อสัมปทานทางด่วนศรีรัช มาตั้งแต่ก่อนปี 2563 โดยเห็นว่าหากไม่มีการต่อสัญญา ทางด่วนทั้งหมดจะกลับมาเป็นของรัฐและประชาชน อย่างไรก็ตามรัฐกลับตัดสินใจยอมเสีย “ค่าโง่” ให้เอกชนและขยายสัมปทานทางด่วนดังกล่าวออกไปจนถึงปี2578

“โครงการทางด่วนสองชั้นกำลังถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขยายอายุสัมปทานทางด่วนศรีรัชออกไปอีกครั้ง แบบข้ามศตวรรษออกไปถึงปี 2601 หรืออีกกว่า 22 ปี 5 เดือน โดยจะทำให้รัฐต้องแบ่งรายได้ให้เอกชนปีละประมาณ 7,500 ล้านบาท รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 170,000ล้านบาท”

ทั้งนี้ หาก กทพ. ส่งมอบพื้นที่ตลอดเส้นทางก่อสร้าง 17 กิโลเมตร ล่าช้ากว่า 6 เดือนตามสัญญา เอกชนมีสิทธิเรียกค่าเสียหายให้ขยายอายุสัญญาสัมปทานเพิ่มขึ้นไปอีก แสดงเจตนาชัดเจนว่าเอกชนต้องการครอบครองสัมปทานไปให้นานที่สุด

ขณะที่ ตัวแทนจาก สร.กทพ. ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตาม 5 ข้อเสนอ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนดังนี้
1.ชะลอโครงการทันที
2.เปิดเผยข้อมูลทุกด้านอย่างโปร่งใส
3.จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างมีความหมาย
4.จัดทำ EIA ขึ้นใหม่ที่พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม
5.พิจารณาทางเลือกการแก้ปัญหาจราจรที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...