โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

CIB ร่วมกับ ตชด.ภาค 2 ไล่ล่าขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้ากรุงเทพฯ กว่า 2.2 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 66 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 21.56 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 21.49 น.

CIB ร่วมกับ ตชด.ภาค 2 ไล่ล่าขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้ากรุงเทพฯ กว่า 2.2 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 66 ล้านบาท

กองบังคับการตำรวจทางหลวง(บก.ทล.) โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.5 กก.4 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม นายคิด (นามสมมุติ) โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน 1.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (แมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป 2.ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ในการปฏิบัติตามหน้าที่

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 5 กระสอบ ประมาณ 2,207,860 เม็ด
2.รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ เลขทะเบียน ขม 2xx4 ขอนแก่น
3 โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

สถานที่จับกุม หน้าสถานีตำรวจภูธรนามน ต.นามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ (จนท.ไล่ติดตามจาก อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร)

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ภาค 2 ได้ไล่ติดตามรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอจูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ขม 2xx4 ขอนแก่น ซึ่งต้องสงสัยว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถคันดังกล่าว โดยไล่ติดตามมาจากเขตพื้นที่อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร จนมาถึงเขตพื้นที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกลนครให้ช่วยสกัดจับรถคันดังกล่าว

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจำหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงสร้างค้อ จังหวัดสกลนคร นำรถวิทยุ 4508 เข้าทำการสกัดจับเพื่อหยุดรถต้องสงสัยที่บริเวณแยกสามบ้านสร้างค้อ เมื่อมาถึงจุดสกัด รถต้องสงสัยก็ได้ขับฝ่าจุดสกัดของตำรวจทางหลวง และขับมุ่งหน้าขึ้นไปบนเขาภูพาน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ขับรถไล่ติดตาม โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ภาค 2 จำนวน 3 คัน ไล่ติดตามมาสมทบ ระหว่างไล่ติดตามรถต้องสงสัยพยายามขับรถปาดซ้ายปาดขวา ไม่ยอมให้รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจแซง เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าประชาชนที่สัญจรบนถนนจะได้รับอันตราย จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดไปที่ยางรถยนต์คันต้องสงสัยเท่าที่จำเป็นเพื่อหยุดยั้ง จนทำให้ยางรถยนต์ระเบิด แต่คนขับก็ยังไม่ยอมหยุดรถ และยังขับต่อไป จนเข้าเขตพื้นที่อำเภอสมเด็จ ต่อเนื่องพื้นที่อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างติดตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจับกุม ได้ประสานตำรวจทางหลวงร้อยเอ็ดอีกทาง เพื่อให้ร่วมสกัดจับด้วย

จนกระทั่ง รถยนต์สงสัยคันดังกล่าว ได้ขับเลี้ยวเข้าไปในสถานีตำรวจภูธรนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ และหยุดรถที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรนามน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจึงได้เข้าทำการควบคุมตัวคนขับ ทราบชื่อคือนายคิด (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ชาวอำเภอนามนจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ตรวจค้นภายในรถยนต์ ขอนแก่น รถต้องสงสัยคันก่อเหตุ พบกระสอบสีดำ จำนวน 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ ตรวจสอบภายในกระสอบสีดำเป็นยาบ้า ประมาณ 2,200,000 เม็ด มูลค่ากว่า 66 ล้านบาท ซึ่งบรรจุอยู่ภายในกระสอบ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมสิทธิ์ของผู้ต้องหาให้นายทรัพย์ทวีคูณ ฯ ทราบ และนำตัวนายทรัพย์ทวีคูณ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ยังอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเครือข่ายการกระทำความผิดครั้งนี้มาดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้น นายคิด (นามสมมุติ) ผู้ต้องหา รับว่าตนเป็นคนรับจ้างขนยาบ้า จากจังหวัดบึงกาฬ และจะนำไปส่งต่อในเขตพื้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยระหว่างเดินทางได้ถูกรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตาม นายคิด (นามสมมุติ) กลัวถูกจับจึงได้ขับรถหลบหนี และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงใส่ยางรถยนต์ของตน จนทำให้ยางระเบิด นายคิด (นามสมมุติ) เกรงว่าตนเองจะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ จึงได้ขับรถยนต์เข้าไปจอดภายในสถานีตำรวจภูธรนามน และนายคิด (นามสมมุติ) ยังรับว่า ได้รับจ้างขนยาบ้าให้กับท้าวสุปัน ชาว สปป.ลาว ซึ่งทำในลักณะนี้มาแล้ว 3 ครั้งในพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน แต่ละครั้งจะขนยาบ้ามาประมาณ 4-6 กระสอบ ได้รับค่าจ้างกระสอบละ 45,000 บาท (ในครั้งนี้ได้รับค่าจ้าง 225,000บาท) มีผู้ร่วมขบวนการ 2 คน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...